ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)บุกรวบ “พี่เลี้ยงบัญชีม้าข้ามชาติ” เครือข่ายคอลฯ โหด รอดกวาดล้างรอบแรก หนีซุกปอยเปต ย่ามใจกลับพิจิตรโดนสอยร่วง!

0
IMG_9481

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)บุกรวบ “พี่เลี้ยงบัญชีม้าข้ามชาติ” เครือข่ายคอลฯ โหด
รอดกวาดล้างรอบแรก หนีซุกปอยเปต ย่ามใจกลับพิจิตรโดนสอยร่วง!


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา
รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ต้นอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา, พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.ตระการศักดิ์ ชูแก้วรองสว.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป.
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งใน ตำบลท่าฬ่อ อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร

ร่วมกันจับกุม น.ส.สุดารัตน์ฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 484/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจร, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆเพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
พฤติการณ์ หลังจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เดินหน้าขยายผลกวาดล้างขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์สุดโหด ซึ่งมีพฤติการณ์ล่อลวงคนไทยข้ามชายแดนไปกักขังในโกดังพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อบังคับสแกนใบหน้าทำธุรกรรมผ่านบัญชีม้ากว่า 195 บัญชี สร้างความเสียหายรวมกว่า 55 ล้านบาท เมื่อ 20 เมษายน 2569 เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ต้องหาที่กบดานอยู่ฝั่งไทยถูกรวบตัวไปได้ 7 คน และจากการสืบสวนพบว่าได้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องคือ น.ส.สุดารัตน์ฯ ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ต่างประเทศ
จนกระทั่งล่าสุด เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ผู้ต้องหาได้ย่องเงียบกลับมายังบ้านเกิดที่ จ.พิจิตร แต่ไม่สามารถหลบหนีจากการติดตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จึงถูกจับกุมตัวได้ บริเวณหน้าบ้านพักของ
น.ส.สุดารัตน์ฯ ในความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, อั้งยี่, ซ่องโจร, สมคบกันฟอกเงินฯ และควบคุมตัว น.ส.สุดารัตน์ฯ นำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การยอมรับ โดยให้การว่าตนถูกหลอกใช้บัญชีม้า จนบัญชีของตนเองถูกอายัดและหมดประโยชน์ไป และผันตัวขึ้นมาเป็น “พี่เลี้ยง” คอยแนะนำผู้ใช้บัญชีม้าหน้าใหม่ที่ถูกล่อลวงข้ามแดนมาทำงาน พร้อมรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลและตรวจสอบระบบบัญชีม้าทั้งหมด ให้พร้อมใช้งานสำหรับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการหลอกลวงเหยื่อรายอื่นๆ
เตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อคำชวนทำงานต่างประเทศที่ง่ายเกินจริง: อ้างรายได้สูง แต่อยู่
ตามแนวชายแดน หรือต้องลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ เพราะคุณอาจถูกกักขัง หน่วงเหนี่ยว และบังคับให้ทำสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงการเปิดบัญชีม้ามีความผิด การซื้อ-ขาย, ให้เช่า, ให้ยืม หรือยอมให้ผู้อื่น นำบัญชีธนาคาร บัตร ATM หรือบัญชีวอลเล็ตไปใช้ มีความผิดตามกฎหมายอาญาขั้นรุนแรง และอาจถูก
ลากเข้าสู่วงจรอาชญากรรมข้ามชาติโดยไม่รู้ตัว

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Nuupan

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า