ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขยายผลจับกุมหัวหน้าคนไทย ลักลอบติดตั้ง SIM BOX ในพื้นที่ จ.สระแก้ว

0
IMG_7349

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
ขยายผลจับกุมหัวหน้าคนไทย ลักลอบติดตั้ง SIM BOX ในพื้นที่ จ.สระแก้ว

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ผนึกกำลัง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร., พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ และ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท., พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท., พ.ต.ท.ธนะ ว่องทรง, พ.ต.ท.อัมรินทร์ เลิศอาวาศ, พ.ต.ท.บุรินทร์ กะปิตถา ปรก.รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น/จับกุม นำโดย พ.ต.ท.ชัยเวง พาด้วง, พ.ต.ท.จักรพงษ์ รุ่งกำจัด, พ.ต.ท.ธนนชัยย์ ศรีบุญจันทร์, ว่าที่ พ.ต.ท.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.กก.2 บก.ปอท., พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน)ฯ, พ.ต.ต.จิรายุ วงศ์วิวัฒน์ ปรก.สว.กก.2 บก.ปอท. กับพวก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด
ร่วมกันจับกุม

 

1. น.ส.ปัณวรรธน์ ฯ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2492/2569 ลงวันที่ 30 เมษายน 2569
2. น.ส.น้ำอ้อยฯ ฯ อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2494/2569 ลงวันที่ 30 เมษายน 2569
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและสมคบโดยการตกลงตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้การกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั่งยี่”
สถานที่จับกุม สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากตั้งแต่ต้น ปี พ.ศ.2569 มีคดีฉ้อโกงออนไลน์ในลักษณะคอลเซ็นเตอร์ ประเภทการข่มขู่ทางโทรศัพท์ มีสถิติคดีสูงขึ้น ซึ่งประเภทคดีดังกล่าว มิจฉาชีพจะโทรแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์, เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้กระทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนต่างๆ โดยจากการตรวจสอบผ่านระบบ thaipoliceonline หรือระบบแจ้งความออนไลน์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตั้งแต่ต้นปี 2569 พบ คดีในลักษณะข้างต้น กว่า 630 คดี ความเสียหาย เกือบ 120 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ได้ทำการสืบสวน กรณีผู้เสียหายรายหนึ่ง แจ้งความว่า มีคนร้ายได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายหนึ่ง ออกอุบายหลอกลวงว่า ผู้เสียหายได้นำบัตรประชาชน ไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่จังหวัดเลย และหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว ถูกนำไปใช้โทรหลอกผู้เสียหายคนอื่น จากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายติดต่อกับไลน์ชื่อว่า “สภ.เมืองเลย” โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พูดจาข่มขู่ผู้เสียหายว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และให้ผู้เสียหายโอนเงินมาตรวจสอบ โดยอ้างว่าหลังจากโอนเงินมาแล้ว จะมีการโอนเงินคืนให้ ซึ่งด้วยความกลัว ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีม้าที่คนร้ายเตรียมไว้ ต่อมาภายหลังผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูก จึงได้โทรแจ้ง 1441 ของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากการร่วมบูรณาการประสานงานกัน ระหว่างศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กับ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด จนทราบว่า กลุ่มคนร้ายมีการใช้อุปกรณ์แปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim Box หรือ GSM Gateway) ในพื้นที่ จ.สระแก้ว จึงได้ระดมกำลัง เปิดปฏิบัติทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้เครื่องซิมบ๊อก เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงประชาชน โดยเมื่อวันที่ 19 ก.พ.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สนธิกำลัง เข้าตรวจค้น ห้องเช่า/บ้านพัก จำนวน 3 แห่ง ในพื้นที่ จ.สระแก้ว สามารถตรวจค้น/ยึด เครื่องซิมบ๊อก ได้จำนวน 12 เครื่อง เราเตอร์ไวไฟ , โทรศัพท์มือถือ , คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีกหลายอย่าง และสามารถจับกุม นายสันติโชคฯ ซึ่งเป็นช่างรับติดตั้งอินเตอร์เน็ต และเป็นผู้รับจ้าง จากนายจ้างคนไทยให้ติดตั้งเครื่องซิมบ๊อก ในข้อหา “ร่วมกันทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1007/2569 ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลเพิ่มเติม จนกระทั่งทราบตัวผู้สั่งการ รวมถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงได้ร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา เพื่อติดตามจับกุม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวนจนทราบว่า น.ส.ปัณวรรธณ์ฯ และ น.ส.น้ำอ้อยฯ ผู้ว่าจ้าง/ผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาฯ ได้ปรากฏตัวอยู่ที่ สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว จึงได้เข้าทำการจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามปากคำเบื้องต้น หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเคยทำงานเกี่ยวกับเว็ปพนันออนไลน์ ทำหน้าที่ฝ่ายการตลาด มีหน้าที่คอยหาลูกค้า อยู่ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา แต่เมื่อช่วงประมาณปลายปี พ.ศ. 2568 หลักจากที่ตนย้ายกลับมาอยู่ที่ไทยนั้น ตนต้องการหารายได้เพิ่มเติม จึงได้เข้ากลุ่มหางานในปอยเปต ตามกลุ่มเทเลแกรมต่าง ๆ และพบผู้ใช้เทเลแกรมรายหนึ่งส่งข้อความหาคนทำงานฝั่งไทย จากนั้นได้มีชาวจีน ติดต่อเข้ามา เพื่อให้ตนหาเช่าสถานที่ในประเทศไทย และติดตั้งสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อติดตั้งเครื่องซิมบ๊อก โดยจะได้รับค่าจ้างเครื่องละ 10,000 บาทต่อเดือน จากนั้นจึงได้ว่าจ้างช่างอินเตอร์เน็ต ให้เป็นลูกมือช่วยติดตั้งเครื่องซิมบ๊อก และตนมีหน้าที่จ่ายค่าเช่า รวมถึงค่าน้ำค่าไฟ และรับค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่นๆ จากบอสชาวจีนเป็นเหรียญดิจิทัล โดยการติดตั้งในแต่ละสถานที่จะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 2–3 เดือน เนื่องจากชาวจีนดังกล่าวจะสั่งการให้เปลี่ยนสถานที่ติดตั้งอยู่เป็นระยะ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้ยาก และเพื่อลดความเสี่ยงต่อการถูกจับกุม

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน ปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ, DSI, ปปง. รวมไปถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ โดยจะมีการโทรศัพท์ติดต่อมาหาประชาชน แอบอ้างว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เช่น หลอกให้เหยื่อเชื่อว่าตนเองมีการนำบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จากนั้นจะมีการหลอกให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน Line และข่มขู่ให้เหยื่อโอนเงินมาเพื่อตรวจสอบ ซึ่งรูปแบบการกระทำดังกล่าวล้วนเป็นกลอุบายของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากประชาชนท่านใดพบพฤติการณ์ดังกล่าว โปรดอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการหรือประชาชนทั่วไปที่มีการปล่อยให้บุคคลอื่นเช่าพักอาศัยในที่พักของท่าน ขอให้ท่านตรวจสอบและสังเกตการเข้าพักอาศัยของผู้เช่า หากเป็นบุคคลต่างท้องถิ่น หรือมีพฤติกรรมที่มาเช่าแล้ว ไม่มีการพักอาศัยอยู่เลย แต่กลับมีพฤติการณ์ติดตั้งอินเตอร์เน็ต และมีการแวะเวียนมาดูเป็นครั้งคราว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเชื่อว่าอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังนั้นจึงขอให้ท่านรีบแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภายในท้องที่ หรือแจ้งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ให้เข้าตรวจสอบในทันที เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน
หากตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์สามารถติดต่อ สายด่วนศูนย์ ACSC โทร. 1441 หรือ www.thaipoliceonline.com
@D0UN9
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า