ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ สตม. และศูนย์ ศปอส.ตร.รวบแก๊งไนจีเรีย ขนเฮโรอีน ซุกถุงขนม-อาหารสัตว์ น้ำหนัก 65.5 กก.
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ สตม. และศูนย์ ศปอส.ตร.รวบแก๊งไนจีเรีย ขนเฮโรอีน ซุกถุงขนม-อาหารสัตว์ น้ำหนัก 65.5 กก.
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ,
พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม.,
พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ, พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.1 บก.ป. ประกอบด้วย พ.ต.ท.ฉัตรชัย เหมวิลัย สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.กฤชกร จิตประเสริฐ รอง สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.ท.ศิลา บุญปถัมภ์ รอง สว.(ป) กก.1 บก.ป, ด.ต.อดิศร ปานไม้, ด.ต.นคร สาครสุคนธ์, ด.ต.อำนาจ กลิ่นขจร, ด.ต.ไตรภพ จันทนุปาน, ด.ต.จิรายุ สิงห์ป้อง, จ.ส.ต.ณัฐชนน คนชม, จ.ส.ต.หัสนัย สาธรสุทธิ์, จ.ส.ต.ฐาณภัทร ศิลาฤทธิ์, จ.ส.ต.กิตติพงษ์ พ่วงแม่กลอง, จ.ส.ต.ชณพ ยิ้มแก้ว, ส.ต.ท.ศักดิ์สกุล ชิดชัยภูมิ ผบ.หมู่ กก.1บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดตรวจยึด ชุดสนับสนุน ส่วนการควบคุมชายแดน ศปอส.ตร. ประกอบด้วย พ.ต.ท.สรัส ยศพลพิเนต ประจำ (สบ.2)ฯ ช่วยราชการ กก.3 บก.ปคม. , ร.ต.ท.ไกรฤกษ์ พึ่งภู่ รอง สว.ฯ ช่วยราชการ กก.2 บก.สอท.3 และ จ.ส.ต.สมเกียรติ รัตนพันธ์ ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.
เจ้าตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ประกอบด้วย พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม.จว.หนองคาย, ร.ต.ท.ดำรงค์ บุญกาญจน์ รอง สว.ตม.จว.หนองคาย, ด.ต.ปาโมช ตปนียะโชติ ผบ.หมู่ ตม.จว.หนองคาย

ร่วมกันจับกุม
ผู้ต้องหาที่ 1 นางสาวกัลยรัตน์ ฯ จับกุมได้ที่ ในอพาร์ทเมนต์ ซอยนวมินทร์ 42 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 10.30 น.
ผู้ต้องหาที่ 2 MR.CHIADIKAOBI จับกุมได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ถ.พัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 13.30 น.
ผู้ต้องหาที่ 3 นางสาวสมพร ฯ จับกุมได้ที่ อาคารผู้โดยสาร สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 เวลา 17.45 น.

โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
ของกลาง เฮโรอีน จำนวน 65.5 กิโลกรัม บรรจุซุกซ่อนอยู่ในถุงขนมและถุงอาหารสัตว์
พฤติการณ์ ก่อนทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้รับข้อมูลการสืบสวนประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.หนองคาย ว่ามีกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวต่างชาติ สัญชาติไนจีเรีย ที่เข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีพฤติการณ์ร่วมกับหญิงชาวไทย ทราบชื่อสกุลจริงในเวลาต่อมาคือ นางสาวกัลยรัตน์ฯ (จับกุมได้แล้วแยกดำเนินคดีอีกส่วนหนึ่ง เพราะมีหมายจับในคดีเกี่ยวกับลักลอบนำเข้าส่งออก เฮโรอีน อยู่ด้วย) ลักลอบในการนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) มาเพื่อกระจายจำหน่ายให้ลูกค้าตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เช่น กรุงเทพมหานคร พัทยา หรือ ภูเก็ต เป็นต้น ต่อมาได้รับแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.หนองคาย ว่า หนึ่งในผู้ต้องหาชาวไทยที่เป็นผู้หญิง มีพฤติกรรมที่ลักลอบเดินทางออกจากประเทศไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยผ่านช่องทางธรรมชาติ แล้วกลับเข้ามาในประเทศไทย และเดินทางมายังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ ชุดจับกุมจึงได้ทำการตรวจสอบ โดยใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าตรวจสอบ ปรากฏว่า พบหญิงไทยตรงตามข้อมูลที่สายข่าวแจ้งเข้ามายังสถานที่โรงแรมที่ได้รับแจ้ง จากนั้นได้ทำการสืบสวนขยายผล จนสามารถพบชายชาวต่างชาติ สัญชาติไนจีเรีย ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือ MR.CHIADIKAOBI พร้อมด้วย ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) บรรจุซุกซ่อนอยู่ในถุงขนม เพื่อเป็นการอำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) จริง จำนวน 49.5 กก. จึงได้ทำการจับกุมตัว MR.CHIADIKAOBI
จากนั้น ได้ทำการสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง จนสามารถติดตามไปทำการจับกุมตัว นางสาวสมพร ฯได้ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) พร้อมด้วยของกลาง คือ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ได้อีกจำนวน 16 กก. (ทราบน้ำหนักโดยละเอียดในภายหลัง)
ทั้งนี้ จากการซักถาม MR.CHIADIKAOBI และ นางสาวสมพร ฯ ในชั้นจับกุมแล้ว ให้ถ้อยคำด้วยความสมัครใจ โดยที่ไม่มีผู้ใดบังคับขู่เข็ญหรือกระทำมิชอบด้วยกฎหมายโดยประการใดๆ ทั้งสิ้น ว่า MR.CHIADIKAOBI นำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบและจับกุมนั้นมาจาก นางสาวกัลยรัตน์ฯ (ถูกจับกุม และแยกดำเนินคดีไปเป็นอีกคดีหนึ่งแล้ว เพราะมีหมายจับเกี่ยวกับยาเสพติดอีกคดีหนึ่ง) เพื่อนำไปส่งต่อให้กับผู้ค้ารายย่อย ซึ่งมีทั้งชาวต่างชาติไนจีเรียด้วยกัน ที่นำไปแบ่งกระจายจำหน่ายต่อในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศไทย เช่น พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น
ส่วน นางสาวสมพรฯ ที่ถูกจับกุมได้ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) ก็ให้ถ้อยคำสอดคล้องกับ MR.CHIADIKAOBI ว่า รับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพบและจับกุมนั้น มาจาก นางสาวกัลยรัตน์ฯ (ถูกจับกุม และแยกดำเนินคดีไปเป็นอีกคดีหนึ่งแล้ว) ด้วยเช่นกัน โดยขณะถูกจับกุมนั้น กำลังจะเดินทางเพื่อนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไปส่งให้กับผู้ค้ารายย่อยอีกรายหนึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ก่อน
ทั้งนี้ จากการจับกุมในครั้งนี้ รวมปริมาณยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ที่ยึดได้ จำนวนทั้งสิ้น 65.5 กก. โดยหากเล็ดลอดออกสู่ตลาดของนักค้ายาเสพติดตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นั้น ราคาซื้อขายจะอยู่ที่กรัมละ 3,500 บาท มูลค่าของ เฮโรอีน ที่จับกุมในครั้งนี้นั้นอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท
โดยอัตราโทษของผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 นี้นั้น ตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 145 วรรค 3 มีอัตราโทษ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอแจ้งเตือนภัยหญิงไทย อย่าตกเป็นเหยื่อกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาตีสนิทลวงรักทางออนไลน์ แล้วไหว้วานให้เดินทางไปรับ-ส่งสิ่งของ โดยเฉพาะพัสดุหรือกระเป๋าที่ปิดผนึกมิดชิด หรือมีการอำพรางในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ถุงขนม หรือถุงอาหารสัตว์ ข้ามจังหวัดหรือข้ามประเทศ เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และต้องรับโทษที่รุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต @D0UN9 #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
