ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบแก๊งบัญชีม้า พัวพันคดีฟอกเงินหลอกโอนเงินตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อ สุดท้ายสูญเงินกว่า 452,000 บาท

0
IMG_3036

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบแก๊งบัญชีม้า พัวพันคดีฟอกเงินหลอกโอนเงินตรวจสอบบัญชี ผู้เสียหายหลงเชื่อ สุดท้ายสูญเงินกว่า 452,000 บาท

​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
​เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ
กก.4 บก.ปพ.​​​​​​​​​​​ร่วมกันจับกุม นางสาวพลอยไพลินฯ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.1421/2568 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ใน
การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”​​​​สถานที่จับกุม บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต2) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ​​​​​​​​​​พฤติการณ์ก่อนการจับกุม ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2568 ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์ โดยผู้โทรอ้างตัว เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.พรพรรณฯ แจ้งว่าผู้เสียหายได้เปิดบัญชีธนาคาร ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในจ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 และ บัญชีดังกล่าวมีเงินโอนเข้าจำนวน 600,000 บาท ก่อนจะถูกบุคคลหนึ่งถอนเงินออกจากบัญชี ที่สาขาห้างฯอีกแห่ง จังหวัดสุรินทร์ โดยอ้างว่าบัญชีดังกล่าวมี
ความเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน ทำให้ผู้เสียหายตกใจ และเชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องจริง จากนั้นคนร้ายได้โอนสาย ให้ผู้เสียหายพูดคุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้จัดการธนาคาร สาขาดังกล่าว ซึ่งแจ้งว่าผู้เสียหายจำเป็นต้องไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผู้เสียหายแจ้งว่าไม่สะดวกเดินทาง ต่อมาคนร้ายได้แอดบัญชี LINE ชื่อ “สภ.เมืองสุรินทร์” และ วิดีโอคอลหาผู้เสียหาย โดยช่วงแรกปรากฏชายแต่งเครื่องแบบตำรวจ ยศร้อยตำรวจโท ก่อนจะปิดกล้อง และสั่งให้ผู้เสียหายส่งภาพบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมเขียนข้อความว่า “ใช้แจ้งความเปิดบัญชีไม่ถูกต้อง” นอกจากนี้ยังสั่งห้ามวางสาย ห้ามบอกเรื่องดังกล่าวให้บุคคลอื่นทราบ โดยอ้างว่าหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว
และปฏิบัติตามคำสั่ง หลังจากนั้นคนร้ายได้ส่งภาพการจับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน รวมทั้งภาพเอกสารที่มีข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะโทรกลับมาอีกครั้ง โดยอ้างตัวเป็นนายตำรวจ ยศพันตำรวจเอก พร้อมส่งภาพบัตรข้าราชการตำรวจให้ผู้เสียหายดู​​

​เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ คนร้ายอ้างว่าหากต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และแสดงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน จะต้องโอนเงินทั้งหมดในบัญชีของตนไปยังบัญชีที่เจ้าหน้าที่กำหนด เพื่อใช้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และยืนยันว่าเมื่อการตรวจสอบแล้วเสร็จภายในประมาณ 1 สัปดาห์ จะโอนเงินคืนให้ครบถ้วน ผู้เสียหายจึงเปิดแอปฯธนาคาร และโอนเงินไปยังบัญชีที่คนร้ายแจ้ง จำนวน 452,000 บาท ภายหลังจากโอนเงินแล้ว ผู้เสียหายเริ่มเกิดความสงสัย จึงติดต่อสอบถามธนาคารในห้าง ขอนแก่น และสาขาห้างจังหวัดสุรินทร์ จึงทราบว่าไม่เคยมีการเปิดบัญชีเพิ่มเติม ตามที่คนร้ายกล่าวอ้าง และไม่มีการดำเนินคดีใดเกี่ยวกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงทราบว่าตนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และรีบติดต่อธนาคาร
เพื่ออายัดบัญชีในทันที ผู้เสียหายจึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สอท.5 เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย​​​​​​​​​พฤติการณ์ในการจับกุม ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวน และได้รับแจ้งจากสายลับนางสาวพลอยไพลินฯ ได้หลบหนีมาจากทางภาคเหนือ เพื่อเข้ามาที่กรุงเทพมหานครฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และสั่งการให้ทำการสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหา จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวพลอยไพลินฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยัน สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบ และเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.5 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​​​​​เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ช่วงประมาณปี 2567 ตนได้มีการเปิดบัญชีให้กับแฟนเก่า ตามคำชักชวน ได้เปิดบัญชีธนาคาร จำนวน 1 บัญชี ได้ค่าตอบแทนจำนวน 5,000 บาท โดยการเปิดบัญชีเป็นการเปิดภายในประเทศ ไม่ได้ข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ได้มีบัญชี Facebook ทักมาหาตนได้ว่าจ้างให้ตนตระเวนกดเงินตามตู้กดเงิน โดยตกลงให้ค่าตอบแทนในการกดเงิน 100,000 บาท จะได้ค่าตอบแทน
1,000 บาท ตนได้ตระเวนกดเงินไปจำนวน 500,000 บาท ได้ค่าตอบแทนมาจำนวน 5,000 บาท​​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ประชาชนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานราชการ โทรศัพท์แจ้งว่าท่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี หรือมีบัญชีธนาคารผิดปกติ ก่อนหลอกให้โอนเงิน เพื่ออ้างว่าเป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน​​​ขอย้ำว่าไม่มีหน่วยงานของรัฐ ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ สั่งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หรือแสดงความบริสุทธิ์ หากได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ อย่าโอนเงิน และอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ควรติดต่อสอบถามหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างโดยตรง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ​​​​​​​

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Nuupan #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า