หมอแท้จริงรุกหนัก เสนอสภาแก้กฎหมาย เมาขับชนคนตาย ขอศาลจำคุกสถานเดียว

0
IMG_9411

หมอแท้จริงรุกหนัก เสนอสภาแก้กฎหมาย เมาขับชนคนตาย ขอศาลจำคุกสถานเดียว

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569

นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ พร้อมด้วย สุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับ ได้เดินทางมาที่รัฐสภา เพื่อ
ขอเสนอแก้กฎหมายเพื่อให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนน ต่อรังสิมันต์ โรม
ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร

ความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนนส่งผลกระทบต่อสังคมไทยอย่างรุนแรง ทั้งความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจ ชีวิตและทรัพยสินของพี่น้องประชาชนคนไทย ในทุกๆปีจะมีคนไทยเสียชีวิตบนท้องถนนประมาณ 17,000 คน บาดเจ็บราว 1 ล้านคน มีผู้พิการไม่น้อยกว่า 60,000 คน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จนทำให้คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก สาเหตุสำคัญเกิดจากพฤติกรรมการเมาแล้วขับเป็นสำคัญมูลนิธิเมาไม่ขับในฐานะองค์กรสาธารณประโยชน์ที่ขับเคลื่อนการรณรงค์และการสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับ มาตั้งแต่ปีพ.ศ.2539 ตลอดระยะเวลา 30 ปี มูลนิธิเมาไม่ขับได้แสวงหาความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อขอการสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านเพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน

กรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นองค์กรสำคัญที่มีหน้าที่ในการรับฟังข้อร้องเรียน ศึกษาเสนอแนะ ฯลฯ ความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการอำนวยความยุติธรรมด้านกฎหมาย ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่มูลนิธิเมาไม่ขับทำการขับเคลื่อนสนับสนุนการรณรงค์และการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับ ข้อมูลเชิงประจักษ์พบว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับ
ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตไม่ได้รับการลงโทษ เหมาะสมกับพฤติกรรมที่กระทำ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบบทลงโทษฐานเมาแล้วขับในนานาอารยประเทศที่พัฒนาแล้ว ปรากฎพบว่าบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีความรุนแรงทำให้ผู้ที่มีพฤติกรรมเมาแล้วขับเกิดความเกรงกลัว ไม่กล้าฝ่าฝืน และส่งผลโดยรวมให้เกิดความปลอดภัยของประชาชนผู้สัญจรบนท้องถนน


มูลนิธิเมาไม่ขับจึงมีหนังสือมายังท่าน เพื่อขอนำคณะมูลนิธิเมาไม่ขับ เข้ายื่นข้อเสนอให้คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านเป็นประธานอยู่ได้พิจารณาดังนี้
1.ขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำการศึกษาเพื่อแก้ไขบทลงโทษความผิดฐานเมาแล้วขับ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจากความผิดฐานประมาท ขอให้แก้ไขเป็นการขับขี่ที่มีอันตรายเล็งเห็นผลได้ว่าจะเป็นสาเหตุทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตได้ ทั้งนี้มูลนิธิเมาไม่ขับได้เดินสายพบผู้พิพากษาหลายท่าน ได้รับคำแนะนำให้มูลนิธิเมาไม่ขับเสนอให้แก้ไขบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับชนคนเสียชีวิต จากจำคุก 3-10 ปี แก้ไขเป็นจำคุก 11-13 ปี แม้ว่าผู้เมาแล้วขับรับสารภาพและศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่ง โดยใช้โทษขั้นต่ำจำคุก 11 ปี คงเหลือโทษจำคุก 5 ปี 6 เดือน ศาลก็ไม่สามารถรอลงอาญาผู้ก่อเหตุได้ เนื่องจากโทษจำคุกเกิน 5 ปี
2. ขอให้แก้กฎหมายหรือพระราชบัญญัติที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำเงินค่าปรับส่วนหนึ่งที่ได้จากผู้กระทำผิดกฎหมายบนท้องถนนที่เกิดจากการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดดังกล่าวโดยประชาชนที่เห็นและบันทึกหลักฐานส่งมาให้กับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้มูลนิธิเมาไม่ขับมีความเชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยลดโศกนาฏกรรมบนท้องถนนได้และเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนในฐานะพลเมืองดี
3. ขอให้มีกฎหมายกำหนดให้มีการตรวจแอลกอฮอล์ทุกครั้ง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต และกำหนดความผิดของเจ้าหน้าที่กรณีละเลยการปฏิบัติไม่ตรวจแอลกอฮอล์ผู้ก่อเหตุให้ถือว่ามีความผิดตามมาตรา 157

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า