สภา มทร.สุวรรณภูมิ “ปลื้ม”คณะวิทย์ฯสุด”เจ๋ง”ไม่เผาตอซังข้าว แต่เพิ่มมูลค่า กำจัด PM 2.5
สภา มทร.สุวรรณภูมิ “ปลื้ม”คณะวิทย์ฯสุด”เจ๋ง”ไม่เผาตอซังข้าว แต่เพิ่มมูลค่า กำจัด PM 2.5

นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ปรึกษาคณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส.) เปิดเผยว่า ในคราวประชุมสภามหาวิทยาลัย มทรส.เดือน มีค.ที่ผ่านมา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดย ผศ.ดร.นฎาภัสส์ คุ้มกลาง คณบดีฯได้นำเสนอแนวทางป้องกันและลดการเกิดฝุ่น PM 2.5 จากภาคการเกษตร โดยยกระดับเศษวัสดุทางการเกษตรที่ยังไม่มีค่าในปัจจุบัน เช่น ฟางคุณภาพต่ำ ตอซัง และชีวมวลเหลือใช้จากภาคการเกษตร ให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับนวัตกรรมด้านการเกษตรสุขภาพ และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะผ่านการ

บูรณาการองค์ความรู้ ด้านวิทยาศาสตร์ วัสดุศาสตร์ และนาโนเทคโนโลยี ซึ่งที่ผ่านมาวัสดุเหล่านี้ไม่มีมูลค่ามากพอ เกษตรกรจึงเผาทำให้เกิดปัญหา PM 2.5 ขึ้น ทั้งนี้ระยะเริ่มต้น จะต่อยอดองค์ความรู้จากคณะครุศาสตร์ซึ่งได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตถ่านกัมมันต์( Activated Carbon) และคาร์บอนดอท(Carbon Dots) จากเศษวัสดุการเกษตรอยู่แล้ว เพื่อนำวัสดุ

คาร์บอนพรุน ดังกล่าวมาใช้พัฒนาเป็น วัสดุผสมในกระดาษหรือวัสดุห่อผักและผลไม้อัจฉริยะซึ่งสามารถช่วยดูดซับความชื้น กลิ่น และก๊าซบางชนิดที่เร่งการสุกของผลไม้ จึงมีศักยภาพในการช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผัก และผลไม้ในตู้เย็นหรือระหว่างการขนส่ง ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มคุณภาพของสินค้าเกษตรโดยเฉพาะผลไม้เศรษฐกิจมูลค่าสูงของประเทศไทย ในขั้นถัดมาวัสดุ Activated Carbon จากชีวมวลทางการเกษตร สามารถนำไปต่อยอดเป็น วัสดุดูดซับสำหรับผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ เช่นแผ่นซึมซับหรือวัสดุควบคุมกลิ่นในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีต้นทุนต่ำ สามารถผลิตได้ภายในประเทศ และตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้นในอนาคต และในระดับเทคโนโลยีชั้นสูง มีแนวคิดในการต่อยอด Carbon Dots เพื่อพัฒนาเป็น Nano-enabled Precision Fertilizer หรือปุ๋ยอัจฉริยะระดับนาโน ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นตัวพา (nanocarrier)ของธาตุอาหารพืช ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหาร ลดการสูญเสียปุ๋ยในดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยของพืช อันจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว แนวทางนี้ไม่ได้มุ่งใช้ฟางที่มีตลาดอยู่แล้วเช่นฟางอัดก้อนสำหรับอาหารสัตว์ แต่เน้นการใช้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ที่ปัจจุบันยังไม่มีมูลค่าในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งเป็น
กลุ่มเดียวกับที่มักถูกเผาทิ้งในพื้นที่เกษตร หากวัตถุเหล่านี้สามารถพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงได้ จะช่วยสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร ไม่ต้องเผาตอซังและฟางข้าวอีกต่อไป
จากการนำเสนอข้างต้น ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม นายกสภามหาวิทยาลัย ได้มอบหมายให้ทุกคณะร่วมกันผลักดันในเรื่องนี้ ซึ่งนอกจากเพื่อแก้ปัญหาการกำจัดฝุ่น PM 2.5 จากการเผาตอซังข้าวและฟางข้าว โดยไม่ต้องเผาแล้ว ยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
