ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ชี้กลุ่มอายุ 21-30 ปีตกเป็นเหยื่อสูงสุด เคสล่าสุดบุกโรงแรม ช่วยเหยื่อนักศึกษาวัย 19 หลังถูกบังคับให้มัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่ทิพย์ จากผู้ปกครอง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ชี้กลุ่มอายุ 21-30 ปีตกเป็นเหยื่อสูงสุด
เคสล่าสุดบุกโรงแรม ช่วยเหยื่อนักศึกษาวัย 19 หลังถูกบังคับให้มัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่ทิพย์ จากผู้ปกครอง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 12-18 ก.ค. 69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,496 คดี มูลค่าความเสียหาย 199,436,007 ล้านบาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 5-11 ก.ค.69 จำนวน 159 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายน้อยลง 27 ล้านบาท
ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดและสร้างมูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงที่สุดด้วย โดยมีจำนวนคดีอยู่ที่ 4,331 คดี ครองสัดส่วนถึง 78.8% ของคดีทั้งหมด มูลค่าความเสียหายสูงกว่า 53 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภัยคุกคามที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับภัยคุกคามที่สร้างผลกระทบรุนแรง
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลสถิติจังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด 3 อันดับด้วยกัน ได้แก่

1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 69 คดี
2.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 24 คดี
3.นนทบุรี มีการแจ้งความไว้ 22 คดี
ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย พบว่าจังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุด คือ
1.กรุงเทพมหานคร มีมูลค่าความเสียหายกว่า 9,700,774 บาท
2.เชียงใหม่ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 580,785 บาท
3.สมุทรปราการ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 649,854 บาท
ขณะที่การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะใน กลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดีก็ยังพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 38 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 756,469 บาท
โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้
เคสที่1 ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย วัย 31 ปี หลังถูกหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยการถูกชักชวนเข้ากลุ่มไลน์ จากนั้นถูกชักชวนลงทุนเทรนดหุ้น เทรดทองอย่างต่อเนื่อง มูลค่าความเสียหายรวมถึง 1,997,050 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียหาย แต่ไม่พบตัว จึงได้โทรศัพท์พร้อมบอกกลโกงของมิจฉาชีพ พร้อมให้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้าแจ้งความต่อไป ขณะที่ทางธนาคารได้ประสานกับผู้เสียหายอีกทางเพื่อช่วยระงับบัญชี
เคสที่2 ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต ช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง วัย 19 ปี ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ให้มัดมือมัดเท้า พร้อมกักขังตัวเองในห้องพักของโรงแรม ก่อนจะบังคับให้ถ่ายคลิปส่งให้ผู้ปกครอง เพื่อเรียกค่าไถ่ ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ นักศึกษาในห้องดังกล่าวมีอาการหวาดกลัว สั่นและร้องไห้อย่างหนัก และพยายามถามว่าเป็นตำรวจจริงใช่ไหม และมาช่วยพวกเขาใช่ไหม เจ้าหน้าที่จึงคอยปลอบประโลมจนนักศึกษาอยู่ในอาการสงบ ก่อนประสานผู้ปกครองมารับตัว พร้อมกับอธิบายถึงกลโกงมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว และแนะนำขั้นตอนการแจ้งความเพื่อให้เข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งความต่อไป สำหรับเคสดังกล่าว มูลค่าความเสียหายกว่า 9 แสนบาท
จากผลการช่วยเหลือผู้เสียหายของศูนย์ ACSC ในห้วงที่ผ่านมา พบว่านักเรียน ,นักศึกษา มักถูกมิจฉาชีพโทรศัพท์อ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดี ก่อนลวงให้แอดไลน์ปลอม จากนั้นควบคุมการปฏิบััติของเด็กผ่านวิดีโอคอล ก่อนบังคับให้เด็กออกจากบ้านไปเปิดห้องเช่าอยู่คนเดียว มัดมือมัดเท้า นำอุปกรณ์มาทำทีว่าตัวเองถูกทำร้าย พร้อมสร้างสคริปต์ให้เด็กโทรหลอกผู้ปกครองให้โอนเงินไปให้ ก่อนจบลงที่การให้เด็กเรียกค่าไถ่ทิพย์จากผู้ปกครอง แต่ละเคสสูญไปกว่่าหลักล้านบาท
ดังนั้น ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเน้นย้ำว่า เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ,DSI ,ปปง.ฯลฯ จะไม่โทรศัพท์หาผู้เสียหายเพื่อแจ้งว่าคุณมีความผิดหรือทำผิดกฎหมาย ,ไม่ให้แอดไลน์ไม่ว่าจะส่วนตัวหรือของหน่วยงาน เพื่อส่งเอกสารราชการ(หมายจับ,หมายเรียก หรือหลักฐานทางการสืบสวน) รวมถึงไม่วิดีโอคอลเพื่อสอบปากคำ หรือควบคุมตัว ที่สำคัญที่สุด จะไม่มีการบอกให้โอนเงินไปให้เพื่อตรวจสอบหรือแสดงความบริสุทธิ์ใจเด็ดขาด หากเจอการกระทำตามข้างต้น นั่นคือ มิจฉาชีพแน่นอน ขอให้รีบวางสาย ห้ามคุย ห้ามแอดไลน์ และห้ามโอนเงินทุกกรณี แล้วขอให้รีบโทรแจ้งเรื่องที่สายด่วน 1441 ทันที
@Nuupan
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม



