ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบอดีตพ่อบ้านโรงงานย่านบางปะกง จับมือช่างซ่อมบำรุงประจำบริษัท ลัก “ดอกสว่าน” ขายตลาดนัด เสียหายกว่า 3 แสน หนีกบดานนาน 8 ปี

0
IMG_9544

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
รวบอดีตพ่อบ้านโรงงานย่านบางปะกง จับมือช่างซ่อมบำรุงประจำบริษัท
ลัก “ดอกสว่าน” ขายตลาดนัด เสียหายกว่า 3 แสน หนีกบดานนาน 8 ปี

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.1 บก.ป. นำโดย พ.ต.ท.เรืองวิทย์ ดวงจินดา สว.กก.1 บก.ป., ด.ต.วีระศักดิ์ มั่นจิตร, ด.ต.นิรุตต์ มีภักดี, จ.ส.ต.เทพกร รณรงค์ ผบ.หมู่ กก.1 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายสมพรฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 92/2561 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2561 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของ

นายจ้าง โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป”
สถานที่จับกุม หน้าบ้านพักในพื้นที่ ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก นายสมพรฯ ขณะทำงานในตำแหน่งพ่อบ้านของบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์อุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ซึ่งทำงานมานานกว่า 5 ปี ได้ใช้อาจิณความคุ้นเคยภายในโรงงาน ร่วมมือกับเพื่อนพนักงานช่างซ่อมบำรุงประจำบริษัท แอบลักลอบนำ “ดอกสว่าน” อุปกรณ์เครื่องมือช่างของนายจ้าง ออกไปทยอยขายตามร้านขายของเก่าและเดินสายเล่ขายตามตลาดนัด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 300,000 บาท เจ้าของบริษัทจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
กระทั่งล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายสมพรฯ ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบและลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่ง เจ้าหน้าที่พบชายมีลักษณะตรงตามตำหนิรูปพรรณเดินอยู่บริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่ ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นบัตรประจำตัวประชาชน ยืนยันเป็น นายสมพรฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับจริง และได้ทำการอ่านหมายจับให้ฟัง ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและยินยอมให้จับกุมแต่โดยดี
จากการสอบถาม นายสมพรฯ อ้างว่า ตนก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วรวม 5 ครั้ง ได้เงินไปครั้งละประมาณ 10,000 บาท รวมรับเงินไปแล้วกว่า 50,000 บาท ขณะที่ตัวเลขความเสียหายจริงที่เกิดขึ้นกับทางบริษัทพุ่งสูงถึง 300,000 บาท ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดฉะเชิงเทราที่ 92/2561 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2561 แต่ผู้ต้องหาได้ไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมไปตามพื้นที่ต่างๆ นานถึง 8 ปี
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป”
ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เตือนภัย การลักทรัพย์ของผู้อื่นนั้นเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (11)
ผู้ใดลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้าง หรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Nuupan #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า