ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการ ‘จับสด’ รวบม้ากดเงินคาตู้ ATM ตัดตอนคอกม้าส่งเงินให้แก๊งสแกมเมอร์

0
IMG_9769

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปฏิบัติการ ‘จับสด’
รวบม้ากดเงินคาตู้ ATM ตัดตอนคอกม้าส่งเงินให้แก๊งสแกมเมอร์

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) โดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.บก.ปคบ., พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ศรีลาภะมาศ, พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปทักข์
ขวัญนา, พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ, พ.ต.อ.จักราวุธ วัฒนศิริ, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกุล ผกก.3 บก.ปคบ., พ.ต.ท.เทพรัตน์ ศุกระกาญจน์, พ.ต.ท.ธงฉาน ตันบุญเจริญ
รอง ผกก.3 บก.ปคบ.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธนภูมิ ศักดิ์ประศาสน์, พ.ต.ท.วัลลภ นุชกำบัง สว.กก.3 บก.ปคบ. พร้อมชุดปฎิบัติการ กก.3 บก.ปคบ.

ร่วมกันจับกุม
1) น.ส.ณัฐฐาภรณ์ฯ อายุ 23 ปี
2) นายชลสิทธิ์ฯ อายุ 23 ปี
3) นายวรวิชฯ อายุ 28 ปี
4) นายสฤษฏ์ฯ อายุ 38 ปี

โดยกล่าวหาว่า
1) ผู้ต้องหาที่ 1, 2 และ 3 ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการ และมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่
2) ผู้ต้องหาที่ 1, 2 และ 3 ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบตามมาตรา 269/5 ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
3) ผู้ต้องหาที่ 1, 2 และ 3 ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
4) ผู้ต้องหาที่ 1, 2 , 3 และ 4 ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) และยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย
5) ผู้ต้องหาที่ 2 , 3 , 4 เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1) โทรศัพท์มือถือ จำนวน 21 เครื่อง
2) สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 11 เล่ม
3) บัตรกดเงินสด(ATM) จำนวน 37 ใบ
4) รถยนต์ จำนวน 2 คัน
5) กระเป๋าสะพายข้าง จำนวน 3 ใบ
6) ตู้เซฟ จำนวน 1 เครื่อง
7) เครื่องนับเงินอัตโนมัติ จำนวน 1 เครื่อง
8) แหวนทองคำ น้ำหนักวงละ ครึ่งสลึง จำนวน 3 วง
9) แท็ปเล็ต ยี่ห้อไอแพด รุ่น 11 จำนวน 1 เครื่อง
10) เสื้อยืด จำนวน 2 ตัว
11) ยาบ้า เม็ดกลมแบนสีส้ม ด้านหนึ่งเรียบ ด้านหนึ่งระบุอักษร WY บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 3 ซอง รวมจำนวน 25 เม็ด
12) ยาไอซ์ แบบเกล็ดสีขาวขุ่น บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 2 ถุง
13) ยาเคตามีน ลักษณะฝุ่นผงละเอียดสีขาว บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด จำนวน 1 ถุง
14) อุปกรณ์การเสพยา จำนวน 3 ชุด
15) เงินสดของกลาง จำนวน 2,025,400 บาท

สถานที่ตรวจค้น บริเวณหน้าร้านซีเจ ซุปเปอร์มาร์เก็ต สาขาถนนทุ่งกราด ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ต่อเนื่อง บ้านพัก หมู่ 10 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

พฤติการณ์ ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ : Anti Cyber Scam Center (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( ผบ.ตร. ) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร. ), พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระดมปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ทุกรูปแบบที่หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์
ซึ่ง กก.3 บก.ปคบ. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดตามกฎหมาย กรณีผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกลวงให้โอนเงินซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมกับมีการชวนให้แอดไลน์ ก่อนหลอกให้ทำกิจกรรมภารกิจต่างๆ โดยให้โอนเงินไปเรื่อยๆ สุดท้ายถอนไม่ได้ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.3 บก.ปคบ. ได้ทำการสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้กระทำความผิดได้มีการถอนเงินสดโดยใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปถอนเงินสดที่หน้าตู้ ATM ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยมักจะมาถอนเงินที่ในพื้นที่ดังกล่าวเป็นประจำ
ต่อมาวันที่ 19 พ.ย. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.ณัฐฐาภรณ์ หรือฝ้าย ขณะกำลังถอนเงินจากตู้ ATM หน้าซีเจ สาขาทุ่งกราด โดยพบเงินสด จำนวน 51,000 บาท และบัตรกดเงินสดของผู้อื่นที่ใช้ในการกระทำความผิด จากการตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบ นายชลสิทธ์ หรือทัด (คนขับ) พร้อมเงินสด จำนวน 132,400 บาท และบัตรกดเงินสดของผู้อื่น ซึ่งทั้งสองคนรับสารภาพว่าร่วมกันนำบัตรของผู้อื่นมากดเงินตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง โดยได้รับค่าจ้างรายวัน 500-1,500 บาท และจะนำเงินไปมอบต่อให้กับ นายวรวิชฯ เพื่อนของตนที่บ้านพักใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลไปยังบ้านพัก ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา โดยนายชลสิทธิ์ฯ ให้ความยินยอมในการนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ภายในบ้านพบ นายสฤษฏ์ฯ พร้อมอุปกรณ์เสพยาเสพติด และผลการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน นอกจากนี้ ยังพบนายวรวิชฯ ซึ่งรับว่าตนเองทำหน้าที่รับบัญชีและบัตรจากผู้ว่าจ้างมามอบให้นายชลสิทธิ์ฯ กับ น.ส.ณัฐฐาภรณ์ฯ ไปกดเงิน และตนจะได้รับส่วนแบ่ง 10% ของยอดเงินที่กดได้ และจากการตรวจค้นยังพบตู้เซฟบรรจุเงินสด จำนวน 1,802,000 บาท และของกลางรายการอื่นๆ ภายในบ้านหลังดังกล่าวอีกหลายรายการ เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ในส่วนของการตรวจค้น พบเงินสด สมุดบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสด โทรศัพท์มือถือ เครื่องนับเงินสดอัตโนมัติ ตู้เซฟขนาดเล็กพร้อมเงินสด รถยนต์ ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเคตามีน และอุปกรณ์การเสพ รวมเงินสดของกลาง จำนวน 2,025,400 บาท เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง จ.ชลบุรี ดำเนินคดี พร้อมกันนี้จะมีการขยายผลหาตัวกลุ่มผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีในข้อหาอื่น เช่น “ร่วมกันเป็นอั้งยี่” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ
ไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ,“ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม โดยมีหัวหน้าบ้านเป็นผู้หาม้ากดเงินเข้ามาอยู่รวมกันในบ้าน เมื่อมีงานเข้ามาจะแจกจ่ายบัตร ATM ให้ม้ากดเงินไปรออยู่หน้าตู้ ATM ในพื้นที่ เมื่อกลุ่มสแกมเมอร์มามารถหลอกลวงผู้เสียหายได้สำเร็จจะมีการแจ้งให้ม้ากดเงิน ถอนเงินสดออกจากบัญชีทันที และรวบรวมส่งเงินตามที่นัดหมายต่างๆ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอฝากประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน ดังนี้
1. ห้ามเปิดบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นโดยเด็ดขาด! ไม่ว่าจะถูกเสนอค่าจ้าง หรือได้รับผลตอบแทนใด ๆ ก็ตาม
2. ห้ามมอบบัตร ATM, รหัสผ่าน, หรือข้อมูลส่วนตัว เช่น หมายเลขบัตรประชาชน, รหัส OTP, ให้กับบุคคลอื่น แม้จะเป็นคนรู้จักที่มาขอความช่วยเหลืออ้างว่า “ยืมไปใช้ชั่วคราว”
3. ระวังการหลอกลวงรูปแบบต่าง ๆ เช่น การชักชวนให้ทำงานออนไลน์รายได้สูง, การกู้เงินออนไลน์ที่ต้อง “ยืนยันตัวตน” ด้วยการเปิดบัญชีใหม่, หรือการเสนอซื้อบัญชีตรง ๆ
4. ตรวจสอบบัญชีธนาคารของตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติ เช่น มีเงินเข้าออกจำนวนมากโดยไม่ทราบที่มา ควรรีบติดต่อธนาคารทันที
ในกรณีที่ท่านได้เปิดบัญชีม้าไปแล้ว หรือมีผู้มาขอซื้อบัญชีของท่านไปแล้ว ขอให้ท่านหยุดการกระทำดังกล่าวทันที และให้รีบติดต่อธนาคารเพื่อปิดบัญชีและสอบถามแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ ความไม่รู้กฎหมายไม่ได้ทำให้ท่านพ้นผิด! ดังนั้นจึงขอให้ท่านตระหนักถึงภัยนี้ และใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจ เพื่อที่ท่านจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือของมิจฉาชีพ
หากท่านมีข้อสงสัย หรือพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการเปิด/ซื้อ/ขายบัญชีม้า โปรดแจ้งเบาะแสมาที่ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (PCT) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com หรือโทร 1441
@066 Winn🌟

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(60ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า