ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับหนุ่มแก๊งหลอกออนไลน์ คดีฉ้อโกงประชาชนและเปิดบัญชีม้า

0
IMG_3885

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับหนุ่มแก๊งหลอกออนไลน์ คดีฉ้อโกงประชาชนและเปิดบัญชีม้า

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,
พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก. ได้สั่งการให้
พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน.,
พ.ต.อ.ราม รสหอม รอง ผบก.รน.,
พ.ต.อ.เจษฎา ชุมพล ผกก.4 บก.รน.,
พ.ต.ท.อนิรุทธิ์ สอรักษา รอง ผกก.4 บก.รน., สั่งการให้ ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย
พ.ต.ท.เอกพันธ์ ช่วยเหมาะขนาด ส.รน.1 กก.4 บก.รน. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ส.รน.1 กก.4 บก.รน.
​ร่วมกันจับกุม นายอภิสิทธิ์ฯ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 2610/2569 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนหรือเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยมีได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อ กิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”
สถานที่จับกุม บริเวณถนนไม่ทราบชื่อ หมู่ 3 ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากนางสาวนุสสราฯ พบผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ” โปรตีนพืช Bioplant 9+ ” ให้สิทธิทดลองทาน Bioplant 9+ ถ้าสนใจให้ทักบัญชีไลน์ ชื่อ ” ฝ่ายจัดส่ง ธีรยา ” คุยรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าเกี่ยวกับโปรตีนพีช Bioplant 9+ ผู้แจ้งได้ลงทะเบียนผลิตภัณฑ์และได้ทำกิจกรรม 2 แบบ

 

ได้แก่ 1.กดติดตามผลิตภัณฑ์ 2. การสร้างยอดหมุนเวียน เป็นการฝากและถอนเงินในระบบในแพลตฟอร์ม นางสาวนุสสราฯ หลงเชื่อจึงได้ทำการโอนเงินเป็นจำนวน 11 ครั้ง มีรายละเอียดดังนี้
ครั้งที่ 1 ไปยังบัญชีwallet ชื่อบัญชี สินชัยฯ เป็นจำนวนเงิน 500 บาท
ครั้งที่ 2 ไปยังบัญชีwallet ชื่อบัญชี ณัฐพงษ์ฯ เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท
ครั้งที่ 3 ไปยังบัญชีwallet ชื่อบัญชี สินชัยฯ เป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท
ครั้งที่ 4 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี น.ส.ปวีณาฯ เป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท
ครั้งที่ 5 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นายอภิสิทธิ์ฯ เป็นจำนวนเงิน 80,000 บาท
ครั้งที่ 6 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชีนายสุชินฯ เป็นจำนวนเงิน 69,000 บาท
ครั้งที่ 7 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี ศุภวิชญ์ฯ เป็นจำนวนเงิน 167,491 บาท
ครั้งที่ 8 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี รณกรฯ เป็นจำนวนเงิน 236,491 บาท
ครั้งที่ 9 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี สุดารัตน์ฯ เป็นจำนวนเงิน 277,263.87 บาท
ครั้งที่ 10 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี น.ส.สุณีย์ฯ เป็นจำนวนเงิน 220,389.23 บาท
ครั้งที่ 11 ไปยังบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี ประพัฒน์ฯ เป็นจำนวนเงิน 304,595.05 บาท
และต่อมานางสาวนุสสราฯ ไม่ได้เงินตามที่ตกลงไว้ จึงเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวมิได้มีเจตนาที่จะให้ลงทุนจริง โดยมีเจตนาหลอกลวงผู้แจ้งตั้งแต่ต้น ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และปกปิดข้อความจริงซึ่ง ควรบอกให้แจ้งโดยทุจริตจึงมาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับคนร้าย ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ต่อมา สน.เตาปูน ได้รับแจ้งความและจัดรับคำร้องทุกข์ไว้แล้วจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงให้ผู้เสียหายลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตาม กฎหมาย กับพนักงานสอบสน สภ.ชัยพฤกษ์ จว.นนทบุรี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน. ได้รับแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ฯ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2610/2569 ลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 บริเวณถนนไม่ทราบชื่อ หมู่ 3 ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน. ได้วางกำลังโดยรอบ พบชายไทยมีลักษณะและตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับยื่นอยู่บริเวณถนนไม่ทราบชื่อ หมู่ 3 ตำบลบ้านช้าง อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับดังกล่าว สอบถามแล้วยอมรับว่าคือ นายอภิสิทธิ์ฯ ได้รับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงแจ้ง นายอภิสิทธิ์ฯว่าจะต้องถูกจับกุม พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบพร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นให้ทราบ จากนั้น จึงควบคุมตัวมายัง สถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำ เพื่อทำบันทึกจับกุมนำส่งเจ้าพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ให้การเพิ่มเติมว่า เนื่องจากตัวเองตกงานแล้วได้ทำการโพสต์หางานในเพจ แอปพลิเคชัน Facebook แล้วได้
งานยกของจาก ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายจ้างได้อ้างว่าเป็นงานยกของขึ้น-ลงรถ แล้วเวลารับเงิน จะต้องทำการสแกนหน้าเพื่อรับเงินค่าจ้าง หลังจากที่ได้สแกนหน้าและได้รับเงินค่าจ้างจึงได้เดินทางกลับมายังห้องเช่าที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หลังจากนั้นก็ได้ใช้ชีวิตตามปกติ แล้วต่อมาประมาณ 2-3 อาทิตย์บัญชีเงินฝากของตนได้ถูกอายัดบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ ก็เลยไม่ได้คิดว่ามีอะไรผิดปกตินึกว่าเป็นการอายัดจากการที่ตัวเอง เล่นการพนันออนไลน์ เพราะช่วงที่ถูกอายัดบัญชีเงินฝากนั้น มีข่าวว่าใครที่นำบัญชีไปผูกกับเว็ปพนันออนไลน์จะถูกอายัดบัญชีทั้งหมด จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายศาลมาแสดงต่อหน้าตนเองจึงคิดได้ว่า อาจเกิดจากกรณีที่ตนได้ทำงานรับจ้างยกของขึ้น-ลงรถ จากการแสกนใบหน้ารับเงินค่าจ้าง
เตือนภัย การรับจ้างเปิดบัญชี, ขาย, หรือให้ผู้อื่นยืมใช้ บัญชีธนาคาร (บัญชีม้า) มีความผิดทางอาญา มี โทษจำคุกและปรับสูงมาก ผู้กระทำผิดมักเป็น เหยื่อของการหลอกหางาน, หลอกโอนเงินผิด, หรือหลอกกู้เงิน ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือบัตร ประชาชนกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด ปกป้องตัวเองและครอบครัวจากการเป็น “บัญชี ม้า”ระวัง! อย่าให้ข้อมูลสำคัญตกอยู่ในมือคนผิด!!

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Nuupan #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า