ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมบัญชีม้ามือใหม่ เปิดบัญชี ร่วมแก็งคอลเซ็นเตอร์ เงินยอดหลอกลวงวันเดียว 300,000 บาท เจ้าหน้าที่ไม่รอหลอกเหยื่อนาน กลับเข้ามาไทยจับทันที

0
IMG_5079

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จับกุมบัญชีม้ามือใหม่ เปิดบัญชี
ร่วมแก็งคอลเซ็นเตอร์ เงินยอดหลอกลวงวันเดียว 300,000 บาท
เจ้าหน้าที่ไม่รอหลอกเหยื่อนาน กลับเข้ามาไทยจับทันที

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ศปอส.ตร.,
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก./ผู้ช่วยศูนย์ต่อต้าน
การฉ้อโกงออนไลน์ ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.,
พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ.,
พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ.,
พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก.2 บก.ปอศ.,
พ.ต.ท.ชวพล เชื้อเพชร รอง ผกก.2 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ชุดปฏิบัติการที่ 3 กก.2 บก.ปอศ. นำโดย
พ.ต.ท.วรรณลพ รัตนวงษ์ สว.กก.2 บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ มี
ร.ต.อ.ภานุวัฒน์ ฮงสูน รอง สว.กก.2 บก.ปอศ., รอง สว.กก.2 บก.ปอศ.,
ร.ต.อ.กฤษณะ มะกรูดอินทร์ รอง สว.สอบสวน กก.2 บก.ปอศ.,
ร.ต.ต.พน มเทียน อรุณภาส รอง สว.( ป) กก.2 บก.ปอศ.,
ด.ต.ประเสริฐ เชื้อดี,
ด.ต.สมชาย คุดพลู,
ด.ต.ศราวุธ วงษ์สุวรรณ,
ด.ต.เฉลิมพล ไข่ทอง ผบ.หมู่
และ
ด.ต.อิทธิพล จันทร์มณี,
ด.ต.ภูเบศ วุฒิธรรมากร ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปอศ.

 

ร่วมกันจับกุม นายนพพลฯ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 1034/2568
ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน หรือได้เป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น และได้สนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว
สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนสาธารณะภายในซอยสหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ANTI-CYBER SCAM CENTER ศปอศ.ตร.
ตรวจพบว่ามีมิจฉาชีพสร้างแพลตฟอร์มขึ้นเพื่อหลอกให้เหยื่อที่หลงเชื่อเข้าไปสมัครเข้าเป็นสมาชิก
และหลังจากนั้นจากนั้นจะมีการชักจูงการหลอกให้เหยื่อร่วมลงทุนจำหน่ายสินค้าโดยอ้างผลตอบแทนสู ง หรือสมัครโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อรับเงินรางวัลจากการจำหน่ายสินค้า ในช่วงแรก มิจฉาชีพจะโอนเงินค่าตอบแทนกลับมาให้เหยื่อเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จนเหยื่อไว้ใจเชื่อใจ จากนั้นจะมีการชักชวนให้เหยื่อลงทุนในจำนวน
ที่สูงขึ้น เมื่อเหยื่อโอนเงินให้ไปอีกในคราวหลัง มิจฉาชีพก็จะตัดการติดต่อและบล็อคการติดต่อของเหยื่อ
จนไม่สามารถติดต่อได้อีก ซึ่งกลุ่ มมิจฉาชีพนี้ได้มีการหลอกเหยื่อที่เป็นผู้เสียหายหลายรายและมาร้องทุกข์
เป็นจำนวนหลายคดี
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ศปอศ.ตร. จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการส่วนกลางในส่วนของ
ชุดปฏิบัติการ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินการสืบสวนขยายผลร่วมกับ สภ.คลองหลวง ติดตามมิจฉาชีพดังกล่าว พบว่าผู้เสียหาย
ที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอก ได้ถูกล่อลวงให้ลงทุนได้โอนเงินเข้าบัญชี ชื่อ นายนพพลฯ ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่า
ในแต่ละวันจะมีเหยื่อที่เป็นผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินเข้าบัญชี นายนพพลฯ เป็นจำนวน มากหลายราย
โดยชุดสืบสวนขยายผลพบว่าบัญชีดังกล่าว ได้ใช้ผ่องถ่ายเงินออกไปยังบัญชีของชาวจีนซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์แล้วทำการเบิกถอนเงินจากบัญชีชาวจีนดังกล่าวเป็นประจำ โดยจะรับเงินทั้งจากบัญชีของ
นายนพพลฯ รวมถึงบัญชีม้าชาวไทยรายอื่นที่มีลักษณะเดียวกันรวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งต่อมาชาวจีนดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งชุดสืบสวน เมื่อตรวจสอบพบบัญชีของนายนพพลฯ พบว่า หลังจากเปิดบัญชีในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2568 ก็เริ่มใช้ในการรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหายในทันที ซึ่งพบว่ามียอดรับโอนเงิน
จากการใช้หลอกลวงเป็นจำนวนกว่า 320,000 บาท ในเวลาเพียงวันเดียวหลังจากเปิดบัญชี โดยเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วหากปล่อยบัญชีดังกล่าวถูกใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายต่อไป จะยิ่งสร้างความเสียหาย
เป็นจำนวน มากขึ้นไปอีก
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทำการขอหมายจับ นายนพพลฯ กับพว ก
ต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ศาลจังหวัดธัญบุรีได้อนุมัติหมายจับ นายนพพลฯ กับพว กผู้ร่วมขบวนการ
เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว
และต่อมาชุดปฏิบัติการ 3 กก.2 บก.ปอศ. ได้สืบสวนติดตามเพื่อจับกุมตัว นายนพพลฯ จนสามารถจับกุมตัว นายนพพลฯ ได้บริเวณซอยสหการประมูล แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหลังจากจับกุมตัว นายนพพลฯ
ให้การว่า ตนได้สมัครหางานตามแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก แล้วพบว่ามีบัญชีเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้ติดต่อ
มาว่าจ้างพร้อมขอที่อยู่ ซึ่งเมื่อแจ้งที่อยู่ที่บ้านเกิดของตนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ทางเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
ได้ส่งรถยนต์รับจ้าง มารับที่จังหวัดอุตรดิตถ์แล้วพาไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวนหลายบัญชี แล้วจากนั้นได้พาเข้าพักที่รีสอร์ทย่าน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว พร้อมพาข้ามแดนไปทางช่องทางธรรมชาติ จนไปถึง
ตึก 4 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ที่ฝั่งประเทศกัมพูชา โดยให้นายนพพลฯ สแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมต่างๆ อยู่ที่ตึกดังกล่าวเป็นเวลา 3 วัน แล้วจึงได้มีคน มารับเพื่อเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมถูกเก็บโทรศัพท์และเอกสารส่วนตัวไว้ หลังจากกลับมาประเทศไทยได้ไม่กี่วันก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในทันที
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้ดำเนินการตามมาตรการเชิงรุกป้องกันปราบปรามและจับกุมผู้กระทำความผิด จึงขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือน อย่าหลงเชื่อเว็บไซต์ที่อ้างผลตอ บแทนสูง ได้กำไรเร็ว ไม่มีการลงทุนใด
ไม่เสี่ยง อย่าโอน อย่ากด ลิ้งก์อย่าลงทะเบียน ตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุน ทุกครั้ง
@066 Winn🌟

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(60ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#TNewsman007Online
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน084 6742423

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า