กยท. – เครือซีพี Kick Off โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางฯ วางเป้า 5 แสนไร่ ใน 5 จังหวัดอีสานบน ขายคาร์บอนเครดิต – สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร กว่า 6 หมื่นครัวเรือน

0
IMG_7698

กยท. – เครือซีพี Kick Off โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางฯ วางเป้า 5 แสนไร่ ใน 5 จังหวัดอีสานบน ขายคาร์บอนเครดิต – สร้างรายได้ใหม่ให้เกษตรกร กว่า 6 หมื่นครัวเรือน

วันนี้ (27 พ.ค. 69) ณ โรงแรมสยามแกรนด์ จ.อุดรธานี — การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต ในบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เปิดตัว ‘โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ อย่างเป็นทางการ โดยมี นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย และ นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ภาคีเครือข่าย อาทิ อบก., ม.เกษตรฯ, GISTDA, และชาวสวนยางหัวก้าวหน้า กว่า 200 ราย วางเป้านำร่องในพื้นที่สวนยางอีสานตอนบน 5 จังหวัด รวม 500,000 ไร่ มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคเกษตร ดันไทยสู่ Carbon Neutrality ในปี 2050 และNet Zero ในปี 2065 คาดยกระดับรายได้พี่น้องชาวสวนยาง กว่า 60,000 ครัวเรือน ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

นายดิษฐเดช กล่าวในขณะเป็นประธานเปิดโครงการฯ ว่า ‘โครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’ ถือเป็นโครงการสำคัญที่ กยท. ร่วมมือกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในพื้นที่สวนยางพารา ภายใต้การดำเนินงานตามมาตรฐาน T-VER ของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างแหล่งรายได้ที่มันคงแก่เกษตรกรชาวสวนยาง โดยกระบวนการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นยางพารา จะถูกแปลงเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่สามารถซื้อขายได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งภาคเกษตรกรรมยางพาราถือเป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่ง โดยข้อมูล ณ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่สวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. รวมทั้งสิ้นกว่า 15.6 ล้านไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดนี้มีศักยภาพสูงมากในการช่วยลดก๊าซเรือนกระจกให้กับประเทศ

นายดิษฐเดช กล่าวต่อไปว่า โครงการฯ นี้ นอกจากจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ในปี 2050 และ Net Zero ในปี 2065 ผ่านการเพิ่มศักยภาพการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพื้นที่สวนยางพาราแล้ว ยังเป็นส่วนช่วยยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยให้ก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งครั้งนี้ กยท. และบริษัทฯ วางเป้าหมายนำร่องในพื้นที่สวนยางพาราที่มีเอกสารสิทธิ์และได้รับการขึ้นทะเบียนกับ กยท. ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จำนวน 500,000 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เลย, จ.อุดรธานี, จ.หนองคาย, จ.บึงกาฬ, และ จ.นครพนม โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เสริมจากการขายคาร์บอนเครดิตให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางได้กว่า 60,000 ครัวเรือน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“กยท. มีความยินดีและพร้อมสนับสนุนการดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกร สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว ที่สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถสร้างรายได้เพิ่มที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ในระยะยาว” นายดิษฐเดช กล่าวทิ้งท้าย

 

สำหรับโครงการคาร์บอนเครดิตในสวนยางเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ดำเนินการภายใต้มาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) โดยมุ่งยกระดับสวนยางพาราให้เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน พร้อมต่อยอดสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต ทั้งนี้ โครงการได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบบ DMRV มาใช้ในการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบข้อมูลคาร์บอนเครดิต เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส แม่นยำ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล รองรับการขยายผลสู่ตลาดคาร์บอนทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต
_______

ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า