สองสามีภรรยาอุ้มลูกน้อย วัย 8 เดือน ร้องดร.แก้ว ถูกรถตู้โดยสารชนท้าย ปัดรับผิดชอบ ขู่แจ้งความกลับ

0
IMG_0570

สองสามีภรรยาอุ้มลูกน้อย วัย 8 เดือน ร้องดร.แก้ว ถูกรถตู้โดยสารชนท้าย ปัดรับผิดชอบ ขู่แจ้งความกลับ
.
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 68 นายนนทกาน อายุ 21 ปี และ น.ส.นวิยา อายุ 18 ปี สองสามีภรรยา อุ้มน้องแทนคุณ ลูกน้อยวัย 8 เดือน เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมกับดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาอัยการจังหวัดนนทบุรี, ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี และผู้ก่อตั้งเพจ “ดร.แก้วช่วยได้” หลังประสบอุบัติเหตุขณะขับขี่รถจยย. ถูกรถตู้โดยสารสาธารณะชนท้าย ทำให้น.ส.นวิยาฯ พร้อมกับน้องแทนคุณ วัย 6 เดือน (อายุขณะเกิดเหตุ) กระเด็นตกจากรถจยย.ได้รับบาดเจ็บ ด้านคนขับรถตู้โดยสารสาธารณะไม่มีแม้แต่จะลงจากรถมาดู อ้างรอประกัน ปัดความรับผิดชอบ พร้อมขู่แจ้งความกลับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 68 บริเวณแยกไฟแดงโรงเรียนวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
.
นายนนทกาน ผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนได้ขับขี่รถจยย.มากับแฟนสาวพร้อมอุ้มลูกชายวัย 6 เดือน เพื่อไปส่งของแถวพฤกษา 3 ขณะถึงบริเวณแยกไฟแดงโรงเรียนวัดลาดปลาดุก ตนได้ขับขี่รถจยย.เลี้ยวออกไปทางขวา มีรถตู้โดยสารสาธารณะขับมาจากทางตรง ซึ่งดูจากกล้องวงจรปิดรถตู้โดยสารสาธารณะอยู่เลนซ้าย ก่อนจะเปลี่ยนมาเลนขวาและพุ่งชนท้ายรถจยย.ของตน ทำให้แฟนและลูกชายของตนกระเด็นตกพื้นได้รับบาดเจ็บ ตนจึงรีบทิ้งรถจยย.และวิ่งไปบอกให้คู่กรณีจอดรถและลงมาพูดคุยกัน แต่คู่กรณีบอกว่าจะเอารถไปจอดหลบข้างทางก่อน และรอให้ประกันรถมาเคลียร์ โดยที่ไม่มีแม้แต่จะลงจากรถเพื่อไปดูลูกชายของตนที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ มีก้อนหินเจาะอยู่ที่หน้าผาก เลือดไหลออกจำนวนมาก และแผลถลอกตามร่างกาย ก่อน เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลบางบัวทอง
.
ตนพยายามเจรจาเพื่อให้คู่กรณีลงมาพูดคุยกันเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ตนโมโหจึงบันดาลโทสะต่อยหน้าคู่กรณีไป 1 ครั้ง คาดว่าโดนบริเวณคิ้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุได้ให้ไปพูดคุยกันที่สภ.บางบัวทอง โดยมีญาติของคู่กรณีตามมาด้วย บอกกับตนให้ไปแจ้งความว่ารถจยย.ล้มเอง ตนจึงถามกลับว่าใครจะเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ลูกชายของตน คู่กรณีจึงบอกให้ตนไปเบิกกับพ.ร.บ.มาจ่ายเอาเอง และจะแจ้งความกลับที่ถูกตนชกต่อยใบหน้า ตนรู้สึกเสียใจมาก เพราะตนไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมากมายนอกจากค่ารักษาพยาบาลของลูกชายตนเท่านั้น
.
ซึ่งระหว่างการพูดคุยกัน ตนมองว่าตำรวจเข้าข้างฝ่ายคู่กรณีมากกว่า บอกกับตนว่าตนก็ประมาทที่ขับขี่รถจยย.ออกไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ประกันภัยของคู่กรณีได้บอกว่าให้คู่กรณีไม่ต้องยอมรับผิดและให้สู้คดีไป ตอนนี้ผ่านมานานกว่า 2 เดือน คดีไม่มีความคืบหน้า วันนี้ตนจึงเดินทางมาร้องดร.แก้ว เพราะไม่อยากให้ลูกชายของตนต้องเจ็บตัวฟรี อยากได้รับความเป็นธรรม และอยากให้ทางคู่กรณีแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
.
น.ส.นวิยา ผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุพอตนกับลูกชายกระเด็นตกจากรถ ตนจึงรีบวิ่งมาดูเห็นลูกร้องไห้ ตอนแรกตนยังไม่เห็นเลือด มีเพียงหินติดอยู่ที่หน้าผาก จึงนำหินออกพบว่าเลือดไหลเต็มไปหมด ตอนนั้นตนกับแฟนตกใจมาก แฟนจึงเดินไปหาคู่กรณีแล้วพูดบอกให้ลงมาดูลูกของตนหน่อย แต่เขาไม่ยอมลงมา ตอนนี้เสียใจ รู้สึกผิดที่พาลูกออกไปเจออะไรแบบนั้น หากไม่จำเป็นคงไม่พาออกมา ตนนอนเฝ้าลูกที่โรงพยาบาล 3 คืน 4 วัน วันแรกที่เข้ารักษาลูกไม่ได้กินข้าว กินน้ำ หรือแม้แต่นม เจอคู่กรณีที่โรงพยาบาลก็ไม่เคยเข้ามาถามไถ่อะไร ไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ตนอยากได้ความยุติธรรม อยากให้ตำรวจชี้แจงว่ากรณีดังกล่าว ฝ่ายตนเป็นผู้ประมาทร่วมได้อย่างไร
.
ด้าน ดร.แก้ว กล่าวว่า วันนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนจากครอบครัวหนึ่ง ที่มีลูกน้อยปัจจุบันอายุ 8 เดือน เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน พื้นที่สภ.บางบัวทอง ผู้เสียหายยังไม่ได้รับการชี้แจงอะไรใดๆทั้งสิ้น ถือว่าเป็นคดีอุบัติเหตุธรรมดา แต่ประเด็นสำคัญคือมีเด็กเล็กอยู่ในสถานที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งคู่กรณีก็ไม่มีการเยียวยาหรือช่วยเหลือใดๆ ใครผิดใครถูกควรมองเป็นเรื่องหลัง แต่อยู่ในสังคมเดียวกันควรจะลงมาช่วยเหลือกัน ถึงแม้จะไม่ผิดก็ควรจะดูตามความเหมาะสม การช่วยเหลือกันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนไทยเริ่มเพิกเฉยกับความดีงามในการช่วยเหลือกัน จากที่ดูกล้องวงจรปิดเห็นน้องออกจากซอยมาแต่น้องเขาเลี้ยวรถออกไปแล้ว แต่รถตู้เปลี่ยนเลนมาจึงชนที่ท้ายรถ และทำให้เกิดอุบัติเหตุ คงต้องไปดูผลพิสูจน์หลักฐานอีกครั้งว่าผลเป็นอย่างไร

#เรื่องต้องแก้ #เรื่องต้องแก้byDrKeaw #ด็อกเตอร์แก้วช่วยได้ #ทุกข์ชาวบ้าน #ร้องเรียนร้องทุกข์ #นนทบุรี #จังหวัดนนทบุรี

==============================

เมื่อประชาชนมีเรื่องเดือดร้อน เพียงแจ้งเข้ามา เราพร้อมเข้าไปหาความจริง กับทีมงาน “ดร.แก้วช่วยได้”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า