ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กวาดล้างชายแดน! รวบ 112 แอดมินเว็บพนันลาวสกัดแก๊งจีนลักลอบเข้าไทย ขนคอมพิวเตอร์-มือถือเตรียมก่อเหตุตำรวจอีกชุดเข้าช่วยนศ.ชายวัย19 ถูกขู่-บังคับโอนเงิน 2.7 ล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กวาดล้างชายแดน! รวบ 112 แอดมินเว็บพนันลาวสกัดแก๊งจีนลักลอบเข้าไทย ขนคอมพิวเตอร์-มือถือเตรียมก่อเหตุ
ตำรวจอีกชุดเข้าช่วยนศ.ชายวัย19 ถูกขู่-บังคับโอนเงิน 2.7 ล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 16-22 ส.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 79,311 คดี มูลค่าความเสียหาย 2,775 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 9-15 ส.ค.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 73,251 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่เพิ่มขึ้นกว่า 2,500 ล้านบาท
ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 4,892 คดี คิดเป็น 80.6% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด กลับเป็นการหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน ที่มีความเสียหายเกือบ 756 ล้านบาท คิดเป็น 27.2% ของคดีทั้งหมด
ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 129 คดี มูลค่าความเสียหาย 16.5 ล้านบาท
2.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 30 คดี มูลค่าความเสียหาย 5.6 แสนบาท
3.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 29 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.1 ล้านบาท
แต่หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักจะถูกหลอกในรอบสัปดาห์นี้ ก็ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดียังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น
มีรายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
– จับกุมคนไทยลักลอบข้ามแดนไทย – กัมพูชา เป็นชาย ได้ในพื้นที่จ.สระแก้ว จำนวน 1 ราย หลังพบเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์
– ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากสปป.ลาว รวม 112 คน ทุกคนให้การสอดคล้องกันว่าไปทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ที่ ST Vegas Entertainment International Club นครหลวงเวียงจันทน์ ก่อนนำตัวดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ
– ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย จับกุมคนไทย 2 ราย และ ชาวจีน 8 ราย รวมทั้งสิ้น 10 ราย แบ่งเป็น
วันที่ 18 ส.ค.69 จับกุมชายไทย 1 ราย และชายชาวจีน 4 ราย บริเวณสี่แยกหนองสองห้อง ถนนมิตรภาพ ต.ค่ายบกหวาน อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างจำนวน
24,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีน ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศสปป.ลาว ผ่านทางจาก
จ.หนองคาย ไปส่งที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก โดยชาวจีนเหล่านี้ระบุว่า มีชาวจีนว่าจ้างให้ขนกระเป๋าที่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและโทรศัพท์มือถือข้ามมายังประเทศไทย แลกกับค่าจ้าง 10,000 หยวน (ประมาณ 50,000 บาท) โดยมีเอเจนต์คอยสั่งการตลอดและให้รถยนต์มารับตามจุดที่นัดหมาย เบื้องต้นแจ้งข้อหาซ่อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรแก่ผู้ต้องหาชาวจีน
วันที่ 19 ส.ค.69 จับกุมชายไทย 1 ราย และชายชาวจีน 4 ราย ที่ห้องพักหมายเลข 3 เอสซี รีสอร์ต ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างจำนวน 32,000 บาท ให้ขับรถพาชาวจีน ที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศสปป.ลาว ผ่านทางจาก
จ.หนองคาย ไปส่งที่ อ.เมืองตาก จ.ตาก โดยขับรถไปตามพิกัดและหมายเลขห้องพักตามที่ผู้ว่าจ้างส่งให้ทางไลน์ พร้อมยอมรับว่าเคยรับจ้างส่งคนต่างด้าวในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาซ๋อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันลักลอบนำสิ่งของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านศุลกากรแก่ผู้ต้องหาชาวจีน
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัตินำไปสู่การประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 3 แสนบาท
โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้
เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน ตำรวจ สน.บางนา กรุงเทพมหานคร เข้าช่วยเหลือผู้เสีียหายเป็นนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยชื่อดัง วัย 19 ปี หลังได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางแอปพลิเคชัน “ไลน์” อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการสมัครเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนจะอ้างว่าผู้เสียหายกระทำความผิด จากนั้นเข้าควบคุมผู้เสียหายด้วยการให้คุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ห้ามไม่ให้ติดต่อกับใคร และหลอกลวงให้ผู้เสียหายไปเปิดโรงแรมพักที่ซอยสุขุมวิท 68 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ ก่อนลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปให้ 3 ครั้ง สูญเงินไป 2.7 ล้านบาท เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจะสามารถเข้าช่วยเหลือไว้ได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อธิบายกลโกงมิจฉาชีพ พร้อมกับให้อายัดบัญชีีที่ 1441 ก่อนประสานให้เข้าแจ้งความต่อไป
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”@Nuupan #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม



