กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมพัฒนางานราชทัณฑ์ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการ การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ
ราชทัณฑ์ จับมือ NT นำเทคโนโลยีดิจิทัล-AI ยกระดับเรือนจำทั่วประเทศ
กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT นำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมพัฒนางานราชทัณฑ์ มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการ การเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐอย่างเป็นระบบ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (22 พ.ค.69) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานราชทัณฑ์ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ นายเสกสรร มิตรเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจลูกค้าและการตลาด บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมลงนามสักขีพยาน โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย นางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมในพิธี ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 9 สำนักงานใหญ่ NT แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

โดยความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการร่วมกันศึกษา ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีเครือข่าย เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และนวัตกรรม ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนงานด้านการควบคุมดูแล และบริหารจัดการผู้ต้องขัง การดำเนินงานด้านทัณฑ์ปฏิบัติ การพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง และการคืนคนดีสู่สังคม รวมถึงการบริหารจัดการองค์กร เรือนจำและทัณฑสถาน ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานราชทัณฑ์ เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้มีความทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทั้งสองหน่วยงานจะนำองค์ความรู้ทั้งหมดมาประยุกต์ใช้กับระบบ รวมถึงแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานอย่างเหมาะสม เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการต้นแบบในอนาคต ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะคำนึงถึงกฎหมาย การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลอย่างเคร่งครัด และประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ในการบูรณาการเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการเรือนจำทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพใน 3 มิติยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัย (Security), การส่งเสริมสุขภาพ (Healthcare) และ การพัฒนาพฤตินิสัย (Rehabilitation) เพื่อสร้างสถาปัตยกรรมอ้างอิงระดับชาติ (National Reference Architecture) ที่สามารถขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรมไปยังเรือนจำทั้งหมด 138 แห่งทั่วประเทศ
โดย พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า “กรมราชทัณฑ์ เป็นหน่วยงานสำคัญในกระบวนการยุติธรรม มีภารกิจด้านการควบคุม ดูแล แก้ไข ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อเตรียมความพร้อมคืนคนดีสู่สังคม ดังนั้นภารกิจของกรมราชทัณฑ์จึงไม่ใช่เพียงการดูแลความมั่นคงปลอดภัยในเรือนจำและทัณฑสถานเท่านั้น แต่ยังเป็นภารกิจด้านการพัฒนาคน สร้างโอกาส และ ลดการกระทำผิดซ้ำในระยะยาว ซึ่งในปัจจุบัน งานราชทัณฑ์มีความละเอียดอ่อน และซับซ้อนมากขึ้น ทั้งด้านจำนวนผู้ต้องขัง ความหลากหลายของกลุ่มเป้าหมาย ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย การดูแลสุขภาพ การบริหารข้อมูล และความคาดหวังของสังคมต่อระบบราชทัณฑ์ ด้วยเหตุนี้กรมราชทัณฑ์จึงเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารจัดการและการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น โดยจะต้องมีมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานระบบงานราชทัณฑ์ยุคใหม่ที่มีความมั่นคง ปลอดภัย ทันสมัย และสามารถต่อยอดไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ และผู้ต้องขัง”

ด้าน พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยว่า “ในฐานะหน่วยงานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ NT พร้อมที่จะนำความเชี่ยวชาญขององค์กร ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ระบบเครือข่ายดิจิทัล ระบบสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัย คลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ตลอดจนเทคโนโลยีสมัยใหม่ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้ในการศึกษา ออกแบบ และพัฒนาแนวทางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของเรือนจำและทัณฑสถาน ซึ่ง NT พร้อมสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ในด้านต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความต่อเนื่องของบริการ ความคุ้มค่า และประโยชน์สาธารณะในระยะยาว ทั้งนี้ผมมองว่าความร่วมมือในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการลงนามในเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการบูรณาการโดยเชื่อมโยงศักยภาพของสองหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และมีส่วนร่วมในการสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อการขับเคลื่อนภารกิจของภาครัฐสู่การเป็นสังคมดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพในอนาคต”
#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#089-498-1477

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
