ร้อยเอ็ด–เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคม สรุป 6 ประเด็นเฝ้าระวังโครงการรัฐปี 69 ย้ำชุมชนต้องเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบงบประมาณได้จริง
ร้อยเอ็ด–เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคม สรุป 6 ประเด็นเฝ้าระวังโครงการรัฐปี 69 ย้ำชุมชนต้องเข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบงบประมาณได้จริง
ร้อยเอ็ด – เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด สรุปผลการติดตามและสอดส่องโครงการภาครัฐ ประจำปี 2569 พบประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง 6 ด้าน ตั้งแต่ที่ดินสาธารณประโยชน์ การขุดลอกแหล่งน้ำ การปลูกป่า การก่อสร้างอาคารและสาธารณประโยชน์ ถนน คสล. และถนนลาดยาง ไปจนถึงการติดตั้งโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมเสนอแนวทางต่อกองทุน ป.ป.ช. มุ่งสร้างกลไกภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมปั๊ม ปตท.บ้านหนองหญ้าม้า ต.ในเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด ดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเครือข่ายฯ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานด้านการสอดส่องและปกป้องผลประโยชน์สาธารณะของแผ่นดิน ประจำปี 2569 รวมทั้งรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะจากพื้นที่ ก่อนนำเสนอต่อกองทุน ป.ป.ช. การประชุมมี นายยงพันธ์ พันธ์ดงยาง รองประธาน ผศ.ดร.สุรสิทธิ์ ไกรสิน เลขานุการฯ พร้อมด้วย ดร.จิรวรรณ สิทธิศักดิ์ นายประดิษฐ์ ศรีประสิทธิ์ นายวิทวัส บุญทา ดร.โกวิท อ่อนประทุม ดร.นวลอนงค์ ประทุมเนตร นายศรายุทธ อันธะไชย์ นายประเสริฐ แสนตลาด นายสมนึก บุญศรี และคณะกรรมการเครือข่ายฯ เข้าร่วม

ดร อุปกรณ์ กล่าวว่า การสรุปเปิด 6 ประเด็น “งบรัฐต้องตรวจสอบได้”จากการระดมความคิดเห็นของผู้นำชุมชนและภาคประชาชน เครือข่ายฯ กำหนดประเด็นเฝ้าระวังโครงการภาครัฐ 6 ด้าน ได้แก่ ที่ดินสาธารณประโยชน์
การขุดลอกแหล่งน้ำ การปลูกป่าและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การก่อสร้างอาคารและสิ่งสาธารณประโยชน์ การก่อสร้างถนน คสล. และถนนลาดยาง
การติดตั้งโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ เครือข่ายฯ ระบุว่า การสอดส่องไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อกล่าวหาเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานใด แต่ต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลโครงการ และตรวจสอบได้ว่างบประมาณที่ใช้ไปนั้นดำเนินการจริงหรือไม่ ได้มาตรฐานหรือไม่ ใช้งานได้จริงหรือไม่ และเกิดประโยชน์กับประชาชนมากน้อยเพียงใดที่ดินสาธารณะ เสนอเร่งรังวัดแนวเขตให้ชัด หนึ่งในประเด็นที่ติดตามคือพื้นที่บ้านขี้เหล็ก ต.ห้วยหินลาด อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งเครือข่ายฯ พบข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และการรุกล้ำพื้นที่สาธารณประโยชน์ โดยเห็นว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากข้อมูลแนวเขตที่ยังไม่ชัดเจน และการขาดการรังวัดสอบเขตอย่างเป็นระบบ ข้อเสนอคือให้สำนักงานที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวัง หากพบการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะโดยมิชอบ ให้แจ้งหน่วยงานผู้มีอำนาจดำเนินการตรวจสอบต่อไปโครงการขุดลอกกว่า 25 ล้านบาท ชุมชนต้องรู้ “ขุดเท่าไร ใช้เงินเท่าไร” อีกประเด็นสำคัญคือการติดตามโครงการขุดลอกลำห้วยปากปลาค้าว ของกรมชลประทาน บริเวณพื้นที่ด้านทิศตะวันตกบ้านโปโล หมู่ 7 ต.ดอนโอง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด จากการลงพื้นที่เบื้องต้น พบว่าบริเวณลำห้วยมีน้ำเต็มตลิ่งระหว่างบ้านโปโลกับบ้านปากปลาค้าว และพบร่องรอยการดำเนินงานขุดลอก รวมถึงท่อระบายน้ำเข้า-ออกบางส่วน อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่สำรวจไม่พบป้ายแสดงรายละเอียดโครงการอย่างชัดเจน ทั้งชื่อโครงการ งบประมาณ ผู้รับจ้าง ระยะเวลาดำเนินการ และรายละเอียดปริมาณงาน ข้อมูลเบื้องต้นที่เครือข่ายฯ รับทราบระบุว่า โครงการมีงบประมาณประมาณ 25 ล้านบาทเศษ แต่ประชาชนในพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดทางเทคนิคของโครงการได้ครบถ้วน

“BOQ–แบบก่อสร้าง–งานจริง” ต้องตรวจสอบให้ตรงกัน
เครือข่ายฯ เห็นว่า การตรวจสอบโครงการก่อสร้างไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขงบประมาณ แต่ต้องสามารถตรวจสอบรายละเอียดของงานได้ ตั้งแต่ความกว้าง ความยาว ความลึกของการขุดลอก ปริมาตรดินที่กำหนดให้ขุด ตลอดจนแนวทางจัดการดินที่ขุดขึ้นมา ขณะเดียวกัน ควรเปิดให้ตรวจสอบแบบรูปรายการก่อสร้าง รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ประมาณการราคากลางหรือ BOQ สัญญาจ้าง งวดงาน การส่งมอบงาน และเอกสารตรวจรับงาน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสภาพพื้นที่จริงหัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “มีการขุดหรือไม่” แต่ต้องตรวจสอบต่อว่า ปริมาณงานเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ความลึกและแนวเขตตรงตามแบบหรือไม่ และงบประมาณที่เบิกจ่ายสอดคล้องกับผลงานที่ประชาชนได้รับหรือไม่ทั้งนี้ หากพื้นที่ยังมีน้ำเต็มตลิ่ง การประเมินปริมาณงานจากสภาพที่มองเห็นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้เอกสารโครงการและข้อมูลทางวิศวกรรมประกอบการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย“เงินภาษีประชาชน” ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล
เครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด เห็นว่า โครงการภาครัฐที่ใช้งบประมาณเพื่อประโยชน์ของประชาชนควรเปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ชุมชนเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่ประชาชนต้องใช้ประโยชน์ในระยะยาวข้อเสนอสำคัญคือ หน่วยงานเจ้าของโครงการควรติดตั้งป้ายโครงการที่อ่านง่ายและมีข้อมูลครบถ้วน พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถขอข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบก่อสร้าง สัญญาจ้าง และผลการตรวจรับงาน ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดเป้าหมายคือให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ระหว่างดำเนินการ ไปจนถึงหลังส่งมอบงาน ไม่ใช่รอให้โครงการเสร็จสิ้นแล้วจึงเริ่มตรวจสอบจาก “ผู้รับงบ” สู่ “เจ้าของพื้นที่”ดร.อุปกรณ์ ดีเสมอ ประธานเครือข่าย ป.ป.ช.ภาคประชาสังคมจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า การทำงานของเครือข่ายฯ ต้องการให้ประชาชนเป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวังการใช้งบประมาณของรัฐ โดยยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่กล่าวหาใครโดยปราศจากหลักฐาน และหากพบข้อสงสัยจะรวบรวมข้อมูลส่งต่อหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบตามขั้นตอน สำหรับผลการติดตามทั้ง 6 ประเด็น จะนำไปประกอบการเสนอโครงการต่อกองทุน ป.ป.ช. เพื่อสนับสนุนการป้องกันการทุจริต การเฝ้าระวังโครงการภาครัฐ และการสร้างกลไกภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น
เพราะงบประมาณแผ่นดินไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากแต่เป็นเงินที่มาจากประชาชน และการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพควรทำให้ชุมชนสามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ว่า “เงินลงตรงไหน ทำอะไร ได้งานแค่ไหน และเกิดประโยชน์กับใคร”เครือข่ายฯ ยังสะท้อนว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนชาวร้อยเอ็ดอยู่ในระดับดีมาก และถือเป็นพลังสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาท้องถิ่นเดินหน้าไปพร้อมกับความโปร่งใส เพื่อให้โครงการของรัฐตอบโจทย์ชีวิตและความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
จันทร์เพ็ญ จารุจำรัส (เอ็ม) สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์ รายงาน 097-624-6388
สุทธิชัย อุปปะ (เต็ม) บก.สำนักข่าว ข่าวไทยนิวส์
#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม



