ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายสแกมเมอร์ รับบทเหยื่อ! ‘พ่วง 3 หมายจับ’
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบเครือข่ายสแกมเมอร์ รับบทเหยื่อ! ‘พ่วง 3 หมายจับ’
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์, พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล, พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์, พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.5 บก.ปปป.รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์, พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์, พ.ต.ท.ภาวัต เล็กธำรง และ พ.ต.ท.วรพจน์ ลลิตจิรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.3 บก.ปอศ., ด.ต.อลิศ จำเนียรอนุสรณ์, ด.ต.หญิง ทิพพานันท์ โชติการัตน์, ด.ต.ราชศักดิ์ ร่มไทร, ด.ต.อนุสรณ์ ปั้นกันอินทร์ และ จ.ส.ต.มนัญชัย นาญคงแนบ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปอศ.
ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นายอัครเดช อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี
ที่ 1609/2568 ลง 4 ธ.ค.2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด”

สถานที่จับกุม บริเวณปากซอยสุวินทวงศ์ 10/1 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2567 ขณะผู้เสียหายกำลังใช้แอปพลิเคชัน Tik Tok ได้พบกับคนร้ายทักมาพูดคุยตีสนิท จากนั้นชักชวนไปพูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาคนร้ายออกอุบายชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนขายสินค้าต่างประเทศอ้างให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายเกิดความสนใจ จากนั้นคนร้ายส่งลิงก์ให้ผู้เสียหายทำการลงทะเบียนโดยบอกว่าเป็นเว็บไซต์สำหรับการลงทุน แต่ความเป็นจริงแล้วเป็นเว็บไซต์ปลอมที่คนร้ายสร้างขึ้นมา ไม่ใช่เว็บไซต์สำหรับลงทุนแต่อย่างใด ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปลงทุนตามคำกล่าวอ้างของคนร้าย ท้ายที่สุดไม่สามารถถอนเงินออกจากระบบได้ จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 8 แสนบาท จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ท้องที่ที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด นำไปสู่การสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 7 ราย
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจ กก.3 บก.ปอศ. ได้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ จนสามารถทำการจับกุมหนึ่งในขบวนการของเครือข่ายสแกมเมอร์นี้ได้ จากการตรวจสอบจากเว็บไซต์รับแจ้งความออนไลน์ พบว่าผู้ต้องหามีประวัติการแจ้งในระบบ TPO จำนวน 22 คดี และตรวจสอบพบหมายจับในระบบ รวม 3 หมายจับ จากนั้น นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่าเมื่อปลายปี 2568 ผู้ต้องหาได้หางานทำผ่านช่องทางออนไลน์ พบประกาศรับสมัครงานออนไลน์ รายได้สูง ไม่จำกัดวุฒิ และไม่ต้องมีประสบการณ์ จึงเกิดความสนใจทักไปสอบถาม โดยปลายทางแจ้งว่าต้องเดินทางไปที่ จ.สระแก้ว โดยอ้างว่าเป็นการอบรมงาน หรือดำเนินเอกสารสมัครงาน เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกพาข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ บังคับให้เปิดบัญชีธนาคาร และทำการสแกนหน้า ได้รับค่าจ้างเพียง 15,000 บาท
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชน “การรับสมัครงานออนไลน์”
โดยปัจจุบันมีกลุ่มมิจฉาชีพใช้วิธีหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่กำลังมองหางานออนไลน์ งานรายได้ดี หรือผู้ที่ต้องการหารายได้เสริม ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น Facebook, TikTok, Line และ Telegram อ้างรายได้สูง ไม่จำกัดวุฒิ ไม่ต้องมีประสบการณ์ มีการนัดหมายผู้สมัครให้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกพาข้ามแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จากนั้นบังคับให้เปิดบัญชีธนาคาร และทำการสแกนหน้า
การเปิดบัญชีธนาคารหรือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลให้บุคคลอื่นนำไปใช้ อาจทำให้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงออนไลน์ ฟอกเงิน หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้ แม้จะได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยก็ตาม อย่าหลงเชื่อ “งานง่าย รายได้ดี” ที่ต้องแลกกับการเปิดบัญชี สแกนหน้า หรือเดินทางข้ามแดน เพราะคุณอาจไม่ได้งาน แต่กำลังถูกดึงเข้าสู่ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Winn🌟 #สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
