”ดร.แก้ว“ร่วมประชุม “กมธ.ฟอกเงิน” ครั้งที่5 พร้อมเชิญ 8 หน่วยงาน แจงปม บ.หลักทรัพย์ ถูกดำเนินคดีฟอกเงิน ฉุน “ก.ล.ต.” ไร้แนวทาง-มาตรการรับมือ
”ดร.แก้ว“ร่วมประชุม “กมธ.ฟอกเงิน” ครั้งที่5 พร้อมเชิญ 8 หน่วยงาน แจงปม บ.หลักทรัพย์ ถูกดำเนินคดีฟอกเงิน ฉุน “ก.ล.ต.” ไร้แนวทาง-มาตรการรับมือ
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น.

ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาฯครั้งที่5 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช เป็นประธานกมธ.ได้พิจารณาศึกษาและตรวจสอบมาตรการป้องกันการใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์เป็นช่องทางเปิดบัญชีม้าและฟอกเงินร่วมกันนี้มี ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ, เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร,รองประธานฯ,คณะกรรมาธิการ,ที่ปรึกษาฯเข้าร่วมประชุม
โดยเชิญผู้แทนจาก 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กองบัญชาการตำวจสอบสวนกลาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วม
ทั้งนี้นายพิทักษ์เดช ให้สัมมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า กรณีที่ตรวจสอบเพราะเมื่อเดือนมี.ค. ตำรวจสอบสวนกลางได้ปฏิบัติการจับกุมดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหาบัญชีม้าและฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเชิญ 8 หน่วยงานให้ข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันการฟอกเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ และมุ่งเป้าไปที่การเชื่อมโยงถึงตัวการที่แท้จริง นอกจากนั้นจะได้สอบถามถึงการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ ก.ล.ต. และตำรวจสอบสวนกลางว่ามีความคืบหน้าต่อการดำเนินการต่อคดีดังกล่าวอย่างไร

และภายหลังการประชุมายพิทักษ์เดช ให้สัมภาษณ์ว่ากรณีดังกล่าวพบว่ามีความเสียหายเกือบ 59 ล้านบาท และมีผู้เสียหาย 393 ราย ซึ่งในการตั้งคำถามกับตัวแทนของบริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความบกพร่องจากบุคลากรของบริษัทจริง ซึ่งกมธ.ได้บันทึกคำพูดไว้ในบันทึกการประชุมแล้ว แต่เมื่อตนและกมธ.หลายคนซักถามถึงความรับผิดชอบต่อความเสียหาย รวมถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้น ตัวแทนของบริษัทวีบูลล์ ปฏิเสธที่จะดำเนินการใดๆ ขณะที่การดำเนินการของ ก.ล.ต. ฐานะหน่วยงานที่ต้องกำกับบริษัทหลักทรัพย์ในตลาด ไม่พบว่าได้ดำเนินการลงโทษหรือปฏิบัติการใดๆ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ “กมธ.จึงทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะ ก.ล.ต. ที่ต้องมีหน้าที่กำกับดูและมีหน้าที่สำคัญที่ต้องรับผิดชอบกับกรณีที่เกิดความเสียหาย จึงขอให้ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรที่จะดำเนินการอย่างไรกับบริษัทวีบูลล์ นอกจากนั้นแล้วยังได้ทำหนังสือถึง สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อขอรายละเอียดและคำชี้แจงต่อการดำเนินการในคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ รวมถึงการดำเนินคดีไปยังคนในแถวหนึ่ง แถวสองของคดีนี้อย่างไรบ้าง และเมื่อได้รายละเอียดทั้งหมดแล้ว กมธ.จะเชิญบริษัทวีบูลล์เข้าชี้แจงต่อกมธ.อีกครั้ง” นายพิทักษ์เดช กล่าว
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่าในประเด็นที่เกิดขึ้นถือเป็นความเสียหายกับประชาชน แต่ ก.ล.ต.กลับไม่มีมาตรการเชิงรุกที่จะดำเนินการเพื่อยับยั้งความเสียหายกับผู้ลงทุน ดังนั้นกมธ.จึงฝากไปยัง ก.ล.ต. รวมถึงสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ดำเนินการเข้มงวดต่อการปฏิบัติงาน และกำกับเชิงนโยบายเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายขึ้นอีก ทั้งนี้ต้องมีวิธีการอุดช่องโหว่ของตลาดทุนที่ไม่ให้กลุ่มบุคคลหรือ โบรกเกอร์ใช้แพลตฟอร์มไปดำเนินการใดที่ผิดกฎหมายในลักษณะบัญชีม้าหรือการฟอกเงิน

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
