ส.โปคาดี้ 35 และเครือข่าย จัดกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งที่ 222
ส.โปคาดี้ 35 และเครือข่าย จัดกิจกรรมเพื่อสังคมครั้งที่ 222
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569

ณ โรงเรียนวัดสำโรง ตั้งอยู่เลขที่ 21 หมู่ที่ 3 ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม จัดกิจกรรมหมอและยาเพื่อชีวิต จัดโดย สมาคมโปคาดี้ 35 และองค์กรเครือข่าย
คุณชัยวัฒน์ หอมกลิ่นแก้ว หัวหน้าโครงการหมอและยาเพื่อชีวิต โดยสมาคมโปคาดี้ 35 กล่าวว่าการจัดกิจกรรมที่โรงเรียนวัดสำโรงครั้งนี้ เป็นการจัดกิจกรรมครั้งที่ 222 และเป็นปีที่ 30 ของการจัดกิจรรมหมอและยาเพื่อชีวิต (พ.ศ.2540-พ.ศ.2569) ในพื้นที่ 70 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ เช่น ลานเยาวชน ลานศิลปะ บริการตัดผม คลินิกฟุตบอล มอบถุงน้ำใจ ฟุตบอลกระชับมิตร ทั้งนี้ต้องขอบคุณ พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน นายกสมาคมโปคาดี้ 35 และผู้ร่วมสนับสนุนทุกภาคส่วน เช่น อาจารย์อุไรวรรณ ทวีปะ ผู้จัดการโรงเรียนเสริมสวยนิรันดร์รัตน์ สาขารังสิต คณะทำงานจากมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นต้น และต้องขอบคุณคุณอดิศักดิ์ คงทัด ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสำโรง คณะครู นักเรียนระดับชั้นอนุบาล และประถมศึกษา จำนวน 135 คน ผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่นที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ทุกคน


ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) และที่ปรึกษาสมาคมโปคาดี้ 35 กล่าวว่า TSPCA เป็นองค์กรเครือข่ายที่เข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสนับสนุนของคุณธีระพงศ์ ปังศรีวงศ์ นายก TSPCA และคณะกรรมการและที่ปรึกษา โดยเฉพาะการนำกิจกรรมรักสัตว์ในโรงเรียนเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความเมตตากรุณา มีความรับผิดชอบและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลสัตว์และอยู่ร่วมกับสัตว์อย่างเหมาะสม ในการนี้ TSPCA ได้มอบสื่อการเรียน อาหารสุนัข ผ้าห่ม ผ้าขนหนู (ได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลเมดพาร์ค) และเผยแพร่ภาพยนตร์สั้น เรื่อง ปล่อยนกบุญหรือบาป, รักไม่ปล่อย เป็นต้น
ดร.วิไลวรรณ เพชรโสภณสกุล ผู้ก่อตั้งล้านนาด็อกเวลแฟร์ (Lanna Dog Welfare) และคุณพันธุ์ทิพย์ ลี้เจริญ ได้กล่าวชื่นชมการจัดกิจกรรมของสมาคมฯ และได้ให้กำลังใจคณะทำงานทุกคน พร้อมยกคำกล่าวของ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีกิตติคุณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ที่ว่า

“โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” “ชีวิตคือการเลือก” วันนี้เราก็เลือกได้ว่าเราจะร่วมกันทำความดีและเราจะขอชื่นชม “ความจริง ความงามและความดี ” ให้“ความดียิ่งบอกเล่ายิ่งมีพลัง” เพราะพลังแห่งการร่วมทำความดีนั้น เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนสังคมและส่วนรวมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น การเริ่มต้นทำความดีจากตัวเราแล้วขยาย เติมเต็มโอกาสให้เด็กๆ เยาวชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติบ้านเมือง “ตัวอย่างของคนรุ่นเรา” ก็จะมีส่วนสำคัญในการเป็นแบบอย่าง ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้พัฒนาตนเอง ต่อไป
ทั้งนี้ คุณชัยวัฒน์ หอมกลิ่นแก้ว ได้กล่าวทิ้งท้ายการจัดกิจกรรมว่า “งานเลี้ยงยังมีเลิกลา แต่งานพัฒนาคงต้องมีต่อไป เพราะอย่างน้อยเราทุกคนต้องพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะการทำความดี ไม่มีหมดอายุ หรือไม่มีเกษียณ ทำได้ตลอดชีวิต”

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม



