19 มหา’ลัยรวมพลังสู้ภัยพิบัติ! เตือนโลกเดือด “ภัยถี่–แรง–คาดเดายาก” ดันงานวิจัยพ้นหิ้ง ใช้จริงก่อนสูญเสีย

0
IMG_1160

19 มหา’ลัยรวมพลังสู้ภัยพิบัติ! เตือนโลกเดือด “ภัยถี่–แรง–คาดเดายาก” ดันงานวิจัยพ้นหิ้ง ใช้จริงก่อนสูญเสีย

TNDR เปิดเวทีใหญ่ที่มหาสารคาม ผนึกเครือข่าย 19 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เปลี่ยนเกมรับมือภัยพิบัติ จาก “รอเกิดแล้วแก้” สู่ “รู้ก่อน–เตรียมก่อน–ลดสูญเสีย” ดึงเทคโนโลยีผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ปูทางสร้างชุมชน–เมืองยืดหยุ่น รับโลกเดือดและภัยธรรมชาติรูปแบบใหม่

มหาสารคาม – เมื่อวันที่ 27–28 สิงหาคม 2569 คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย (TNDR) ซึ่งประกอบด้วยเครือข่าย 19 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ จัดการประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ TNDR ครั้งที่ 4 ชูธงสำคัญ “งานวิจัยภัยพิบัติต้องใช้ได้จริง ไม่ใช่อยู่บนหิ้ง” ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนที่กำลังทำให้ภัยพิบัติเกิดถี่ รุนแรง และคาดเดายากกว่าเดิม

การประชุมจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “จากความเสี่ยงสู่เมืองยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ: บูรณาการเทคโนโลยี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความร่วมมือสหวิทยาการ” โดยมี ศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.อดิศักดิ์ สิงห์สีโว คณบดีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ นักวิจัย คณาจารย์ นิสิต นักเรียน และผู้แทนเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้าร่วม

เครือข่าย 19 มหาวิทยาลัย อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตเชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมระดมองค์ความรู้เพื่อหาคำตอบว่า ประเทศไทยจะรับมือภัยพิบัติรูปแบบใหม่อย่างไร ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้น

เวทีดังกล่าวยังได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศและนานาชาติ อาทิ Mr. Sanjaya Bhatia หัวหน้าสำนักงาน UNDRR ONEA & GETI นายรัฐ คลังแสง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาความเข้มแข็งต่อภัยพิบัติไทย และ Mr. Aslam Perwaiz ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (ADPC)

ดร.พิจิตต รัตตกุล ประธานเครือข่าย 19 มหาวิทยาลัยด้านภัยพิบัติ ส่งสัญญาณเตือนว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเปลี่ยนธรรมชาติของภัยพิบัติอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่ไม่เคยเกิดอาจเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เคยเกิดนาน ๆ ครั้งอาจถี่ขึ้น ขณะที่ความรุนแรงและความเสียหายมีแนวโน้มเพิ่มสูงตามไปด้วย

โจทย์สำคัญของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการส่งกำลังและงบประมาณเข้าแก้ปัญหาหลังภัยเกิด แต่ต้องพลิกแนวคิดสู่ “การบริหารความเสี่ยงก่อนเกิดภัย” เตรียมประชาชน เครื่องมือ ระบบแจ้งเตือน แผนอพยพ และกลไกบริหารจัดการให้พร้อมก่อนวิกฤตมาถึง

ดร.พิจิตต ย้ำว่า มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยี แต่ความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงจำนวนงานวิจัยหรือผลงานตีพิมพ์ หากต้องวัดจากการนำองค์ความรู้เหล่านั้นไป “แก้ปัญหาให้ประชาชนได้จริง”

“ต้องเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกมาเป็นความพร้อม งานวิจัยด้านภัยพิบัติต้องตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละพื้นที่และนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่ทำแล้วเก็บไว้บนชั้น” ดร.พิจิตร กล่าว

โดยเฉพาะชุมชนซึ่งเป็น “ด่านแรก” ของภัยพิบัติ ต้องเข้าถึงข้อมูล เข้าใจสัญญาณเตือน รู้เส้นทางอพยพ และรู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเกิดเหตุ เพราะช่วงเวลานาทีแรกก่อนหน่วยงานรัฐเข้าถึงพื้นที่ อาจเป็นช่วงเวลาที่ตัดสินความเป็นความตาย

การประชุม TNDR ครั้งที่ 4 จึงเน้นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์ความเสี่ยงและเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ระบบทรัพยากรธรรมชาติและการปรับตัว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน และการศึกษา สุขภาพ และความเข้มแข็งของชุมชน

พร้อมเปิดเวทีเยาวชน การหารือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ TNDR Market Place เชื่อมนักวิจัย มหาวิทยาลัย ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพางานวิจัยออกจากห้องปฏิบัติการสู่พื้นที่จริง

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต้องเผชิญทั้ง น้ำท่วมและภัยแล้ง การรับมือไม่สามารถใช้สูตรเดียวกับทุกพื้นที่ แต่ต้องอาศัยข้อมูลและงานวิจัยที่เข้าใจภูมิประเทศ วิถีชุมชน และความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่ พร้อมยกระดับระบบเตือนภัย แผนอพยพ การออกแบบอาคาร ตลอดจนการวางผังและพัฒนาเมืองให้สามารถ “อยู่กับความเสี่ยง” ได้อย่างปลอดภัย

เป้าหมายของ TNDR จึงไปไกลกว่าการจัดประชุมวิชาการ แต่ต้องการสร้างกลไกเชื่อม มหาวิทยาลัย–รัฐบาล–ท้องถิ่น–เอกชน–ชุมชน ให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีถูกนำไปใช้กำหนดนโยบาย วางแผนเมือง และป้องกันความสูญเสียอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะในวันที่ภัยพิบัติไม่สามารถคาดการณ์ด้วยประสบการณ์ในอดีตได้ทั้งหมด ประเทศไทยอาจต้องเปลี่ยนคำถามจาก “เมื่อเกิดภัยแล้วเราจะช่วยอย่างไร” เป็น “ก่อนภัยมา เราเตรียมพร้อมแค่ไหน”

นี่คือโจทย์ใหญ่ของเครือข่าย 19 มหาวิทยาลัย ที่ต้องการเปลี่ยนประเทศไทยจากสังคมที่ “รอภัยแล้วแก้” สู่ “รู้ความเสี่ยง–เตรียมพร้อม–รับมือได้–ฟื้นตัวเร็ว”

เพื่อให้ภัยพิบัติครั้งต่อไป ไม่จำเป็นต้องแลกด้วยความสูญเสียครั้งใหญ่เหมือนที่ผ่านมา
//

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า