สุดช็อก! แม่พร้อมลูกพิการสมอง เข้าร้อง“ดร.แก้ว” ขอความเป็นธรรม หลังถูกรุมยำเลือดอาบ แต่ตร.กลับใส่กุญแจมือลูกตนเอง
สุดช็อก! แม่พร้อมลูกพิการสมอง เข้าร้อง“ดร.แก้ว”
ขอความเป็นธรรม หลังถูกรุมยำเลือดอาบ แต่ตร.กลับใส่กุญแจมือลูกตนเอง
เมื่อวันที่ 19 ก.พ.69
เวลา 18.00 น.

น.ส.แววตา คิรินทร์ อายุ 41 ปี พาลูกชาย นายวงศธร ภูอิ่นอ้อย อายุ 19 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับ ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ผู้ก่อตั้งเพจ ดร.แก้วช่วยได้ หลังลูกชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รุมกระทืบเลือดอาบหน้าจนบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรสุวรรณภูมิ 2 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมตั้งคำถามแรงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันเกิดเหตุ
ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์วันเกิดเหตุวันที่ 7 ก.พ.69 เวลาประมาณ 14.54 น. บันทึกภาพบริเวณหน้าตึกที่พักจับภาพชัดเจน พบชายและหญิงคู่กรณีขี่รถจักรยานยนต์มาคนละคันมาจอดหน้าตึก ฝ่ายชายสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีกรมท่า กางเกงยีนส์ขายาว ฝ่ายหญิงสวมเสื้อแขนกุดสีขาว กางเกงสีขาว ก่อนเดินเข้าไปภายในตึก จากนั้นฝ่ายหญิงจูงมือ นายวงศธร ออกมาพร้อมฝ่ายชาย ทันทีที่ถึงหน้าอาคาร ทั้งคู่ลงมือชกต่อยและใช้หมวกกันน็อกฟาดศีรษะอย่างไม่ยั้ง ต่อมามีวินรถจักรยานยนต์ขับมาอีก 2 คัน ชายอีกหลายคนลงมาร่วมรุมทำร้ายซ้ำ ท่ามกลางสายตาคนในพื้นที่ กระทั่งตำรวจสายตรวจมาถึง แต่แทนที่จะควบคุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ กลับใส่กุญแจมือผู้เสียหายและพาตัวไปสถานีตำรวจ
น.ส.แววตา เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังอาบน้ำอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงโวยวายจึงรีบออกมาดูที่ระเบียง เห็นลูกชายนอนเลือดอาบหน้าอยู่ด้านล่าง จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและลงไปช่วย เมื่อไปถึงกลับถูกชายคู่กรณีชี้หน้าด่าทอ กล่าวหาว่าลูกชายของตนเคยจะเอามีดไปฟันลูกเขา พร้อมพูดว่า “ถ้าเป็นความรู้สึกพ่อแม่จะเป็นยังไง” ด้วยความโมโหตนจึงผลักอีกฝ่ายและตะโกนว่า “นี่มึงตีลูกกู” แต่ไม่มีใครเข้าช่วย ต้องโทรแจ้งตำรวจซ้ำอีกครั้ง
เมื่อสายตรวจมาถึง กลับควบคุมตัวลูกชายของตนซึ่งเป็นฝ่ายถูกกระทืบ ใส่กุญแจมือพาขึ้นรถไปโรงพักโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาใด ๆ ทั้งที่สภาพบาดเจ็บชัดเจน ต่อมาพนักงานสอบสวนเห็นว่าอาการหนัก จึงประสานส่งรักษาที่ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ทั้งที่ลูกชายของตนเป็นผู้พิการประเภท 5 ยิ่งทำให้ครอบครัวกังวลใจอย่างมาก
น.ส.แววตา ยังระบุอีกว่า วันรุ่งขึ้นเมื่อเข้าแจ้งความกลับถูกตำรวจนายหนึ่งพูดตำหนิว่า ลูกชายของตนจะเอามีดไปฟันก่อน และถามว่าจะมาแจ้งความทำไม พร้อมย้ำว่าลูกชายเป็นฝ่ายผิด ทำให้รู้สึกเหมือนถูกปิดประตูความยุติธรรม ยืนยันจำหน้าตำรวจนายดังกล่าวได้ชัดเจน และต้องการให้ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด รวมถึงตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่อาจละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง

ด้านนายวงศธร ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุไปสมัครงานร้านหมูกระทะแต่ไม่ผ่าน ระหว่างนั้นพบคู่กรณียืนมองหน้าเหมือนจะเข้ามาทำร้าย จึงกลับไปเอามีดและออกตามหา เมื่อพบอยู่ในร้านสะดวกซื้อจึงวิ่งเข้าไปพยายามฟันแต่ไม่โดน ก่อนแยกย้ายกัน กระทั่งกลับมาถึงที่พัก ขณะกำลังขึ้นห้อง ได้มีผู้หญิงซึ่งเป็นแม่ของคู่กรณีเข้ามาจับแขนลากออกไปหน้าอาคาร และเหตุการณ์หลังจากนั้นเป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ
ขณะที่ดร.แก้ว ระบุว่า เรื่องนี้ต้องแยกเป็นสองส่วน ส่วนที่นายวงศธรอาจกระทำผิดก็ว่ากันตามกฎหมาย แต่ในส่วนที่ถูกทำร้ายร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเป็นผู้พิการ กลับถูกใส่กุญแจมือพาไปโรงพักก่อน ถือเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ รวมถึงการใส่กุญแจมือผู้บาดเจ็บและการขึ้นไปค้นห้องพักของผู้บาดเจ็บด้วย โดยจะประสานผู้กำกับสถานีตำรวจให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างรอบด้าน

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
