ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าขยายผล รวบแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติฝั่งลาว
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เดินหน้าขยายผล รวบแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติฝั่งลาว
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.,
พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี
พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป และ พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.เลอสันต์ พรมชื่น สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.ท.มนตรี โสภัย รอง สว.(ป.) กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.
ร่วมกันขยายผลตรวจค้นจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย

1. นางศศิรัศมิ์ฯ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 538/2568 ลง 4 กันยายน 2568
ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ชนิดร้ายแรง (ยาบ้าหรือ
เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเป็นก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป
สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
สถานที่จับกุม บ้านหลังหนึ่ง ม.4 ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท ตามหมายค้นศาลจังหวัดชัยนาท ที่ 4/2569 ลง 12 ม.ค.69
2.นางจงกลฯ อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 536/2568 ลงวันที่ 4 กันยายน 2568
ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ชนิดร้ายแรง (ยาบ้าหรือ
เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า และการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและ ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ”
สถานที่จับกุม บ้านหลังหนึ่ง ม.2 ต.หอคำ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ
3. น.ส.กัลญนินทร์ธรฯ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ที่ 535/2568 ลง 4 กันยายน 2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ชนิดร้ายแรง (ยาบ้าหรือ
เมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้า และเป็นก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป
สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
สถานที่จับกุม บริเวณริมฟุตบาท ถ.แฉล้มนิมิตร แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (กก.3 บก.ป.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกันจับกุม นายโชดิวัตฯอายุ 30 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ในข้อหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1
เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนอันเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” พร้อมด้วยของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 4,048,000 เม็ด, รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ Chevrolet สีเทา ทะเบียนจังหวัดลพบุรี จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ iPhone สีเทา จำนวน 1 เครื่อง การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นบริเวณ ปั๊ม ปตท. ถนนทางหลวงหมายเลข 2062
กม.10–11 ตำบลพระยืน อำเภอพระยืน จังหวัดขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่พบรถยนต์ต้องสงสัยจอดอยู่ภายในปั๊ม แต่ไม่พบผู้ขับขี่ จึงได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบและใช้ไฟฉายส่องตรวจภายในรถ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นห่อสีดำหลายก้อนบรรจุอยู่ภายในต่อมา นายโชดิวัตฯ ได้เดินออกมาจากห้องน้ำภายในปั๊ม เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอาการตกใจและพยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ภายหลังการจับกุมดังกล่าว พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.3 บก.ป. ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อนำตัวผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
ตามกฎหมาย จากการสืบสวนทราบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้ประสานงานและจัดหารถยนต์ ผู้ขับรถขนยาเสพติดหรือที่เรียกว่า “นักบิน” ผู้นำทาง ผู้คุ้มกัน รวมถึงผู้ดูแลเส้นทางการเงิน โดยมีการจัดหารถยนต์และคนขับสำหรับใช้ในการลำเลียงยาเสพติด พร้อมใช้รถตรวจการณ์วิ่งนำหน้าเพื่อตรวจสอบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตามเส้นทาง และมีรถคุ้มกันรถขนยาเสพติดอีกชั้นหนึ่ง แสดง
ให้เห็นถึงการวางแผนอย่างเป็นระบบและมีโครงสร้างที่ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าขบวนการดังกล่าวมีการลักลอบขนยาเสพติดจาก สปป.ลาว ข้ามแม่น้ำโขง
เข้าสู่ฝั่งประเทศไทยในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ ก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางของประเทศ โดยกลุ่มผู้ขับรถ
ขนยาเสพติดจะได้รับค่าจ้างเมื่อภารกิจสำเร็จเป็นเงินหลักหมื่นบาทต่อครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลและขออนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จำนวน 4 ราย ได้แก่ น.ส.กัลญนินทร์ธร, นายชำนาญ,
นางศศิรัศมิ์ และนางจงกล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จนกระทั่ง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการ “CIB เดินหน้าขยายผล รวบแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติฝั่งลาว” ลงพื้นที่พร้อมกันใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด
บึงกาฬ จังหวัดชัยนาท และกรุงเทพมหานคร จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้ครบถ้วนภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อดำเนินคดี
ตามกฎหมายต่อไป
อนึ่ง นายชำนาญ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ถูกจับกุมในคดีตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดชัยนาท และพนักงานสอบสวนดำเนินการอายัดตัวเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เตือนภัย ปัญหายาเสพติดเป็นภัยร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง และเป็นจุดเริ่มต้นของอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ที่ตามมาอย่างมากมาย การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดไม่อาจดำเนินการได้โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแล และแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับผู้กระทำผิดให้เจ้าหน้าที่ทราบ
เพื่อร่วมกันกำจัดภัยยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#TNewsman007Online
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
