ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบกลุ่มหลอกลงทุนซื้อขายเสื้อผ้ามือสองตามเพจเฟฃบุ๊ก

0
IMG_2393

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบกลุ่มหลอกลงทุนซื้อขายเสื้อผ้ามือสองตามเพจเฟฃบุ๊ก

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ,
พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป.,
พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป.,
พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป.,
พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป.,
พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป.,
พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์,
พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย,
พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก,
พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์,
พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย
พ.ต.ท.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล สว.กก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.3 กก.5 บก.ป. ร่วมกันจับกุมตัว นายวีระชัยฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามตามหมายจับ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 530/2569 ลงวันที่ 28 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน”

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าตึก บก.ป. ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก ม.ค.69 ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ที่บ้านพักในพื้นที่ ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ต้องการขายเสื้อผ้ามือสอง ทักหาเพจบัญชีเฟซบุ๊ก เพื่อขอทำการซื้อขายเสื้อผ้ามือสอง ของตนเอง และทางเพจก็ให้ทักมาสนทนาเพื่อเปิดเครดิตการขายเสื้อผ้ามือสอง โดยใช้ชื่อไลน์ ฝ่ายประเมินสินค้า อิชยา, ฝ่ายบริการลูกค้า มาให้ผู้เสียหาย เข้าไปสมัคร ผู้เสียหายสนใจ ทางไลน์ก็ให้โอนเงินเพื่อเปิดเครดิตในการซื้อขายเสื้อผ้ามือสอง จึงได้ทำการโอนเงินจากบัญชีธนาคาร จำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งทั้งสิ้น 156,872 บาท
ต่อมาผู้เสียหายต้องการนำเงินที่ได้จากการลงทุนออกมาใช้จ่าย ทางไลน์แจ้งว่าไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และให้ผู้เสียหายโอนอีกเพื่อเพิ่มในการขาย ซึ่งมีค่าดำเนินการก่อน จึงจะสามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายตามกฎหมาย และติดตามเงินที่ถูกหลอกลวงไป คืนกลับมา
​ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ได้รับแจ้งว่า นายวีระชัยฯ อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 530/2569 ลงวันที่ 28 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด และเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อประชาชน” ได้ปรากฏตัวอยู่ที่ หน้าบริเวณกองบังคับการปราปบราม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งได้พบบุคคลไทยมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับข้างต้นปรากฏตัวอยู่ที่บริเวณสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวและได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้น จนทราบว่าคือ
นายวีระชัยฯ เป็นบุคลตรงตามหมายจับข้างต้น จากนั้นจึงได้แสดงหมายจับให้ดูโดยอ่านให้ฟังและให้อ่านด้วยตนเองจนเป็นที่พอใจแล้ว รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวข้างต้นจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมหรือมอบตัว ในคดีตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ทราบว่าจะต้องถูกจับในความผิดตามหมายจับข้างต้น พร้อมทั้งแจ้งสิทธิตามกฎหมายให้ทราบแล้วทุกประการ จากนั้นเชิญตัวมายัง กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เพื่อจัดทำบันทึกการจับกุม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การสารภาพรับว่า ให้คนอื่นใช้บัญชีธนาคารจริง แต่ไม่ทราบว่าเอาไปใช้ก่อเหตุใดในคดีนี้ ​-

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Nuupan
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า