ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตำรวจทางหลวงชุมพรสกัดจับรถตู้ทึบต้องสงสัยลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 7 ราย คนขับรับจ้างขนส่งผ่านนายหน้า

0
IMG_2395

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตำรวจทางหลวงชุมพรสกัดจับรถตู้ทึบต้องสงสัย
ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 7 ราย คนขับรับจ้างขนส่งผ่านนายหน้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,
พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล.,
พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล.,
พ.ต.ท.อุดมศักดิ์ สุวรรณแสงรองผกก.2 บก.ทล.,
พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ งามแฉ่ง รอง ผกก.2 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย
ร.ต.อ.ชรัณ ปาณะศรี รอง สว. ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.,
จ.ส.ต.สราวุธ กรรณสุรางค์,
จ.ส.ต.อมรเทพ อินนิมิตร ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 ราย ดังนี้

 

1.นายวันเฉลิมฯ อายุ 26 ปี หน้าที่ คนขับรถ
2.เตมิวอู อายุ 19 ปี สัญชาติ เมียนมา
3.เตตาม อายุ19ปี สัญชาติ เมียนมา
4.เซมิวลาย อายุ22ปี สัญชาติ เมียนมา
5.น.ส.ฮาวดวนนวน อายุ18ปี สัญชาติ เมียนมา
6.น.ส.มากานกอ อายุ20ปี สัญชาติ เมียนมา
7.จินต๋วยมวน อายุ 18 ปี สัญชาติ เมียนมา
8.จินซานนัว อายุ18 ปี สัญชาติ เมียนมา
โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน
ผู้ต้องหารายที่1 กระทำผิดฐาน “ผู้ใดรู้ว่าคนต่างด้าวคนใด เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
ผู้ต้องหารายที่ 2-8 กระทำผิดฐาน“เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม บริเวณ ทล.360 กม.9+200 ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร
พฤติการณ์แห่งคดี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพร ชุดจับกุม ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การสั่งการของผู้บังคับบัญชา ได้ขับขี่รถวิทยุตรวจการณ์หมายเลข 2406 ออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายเมื่อมาถึงบริเวณทางหลวงหมายเลข 360 กม.9+200 ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร พบรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับแซงรถวิทยุขึ้นมาทางช่องทางขวาด้วยความเร็วสูง ลักษณะตัวรถเป็นตู้ทึบปิดมิดชิด ไม่สามารถมองเห็นภายในจากการสังเกตภายนอกพบว่า ส่วนตู้บรรทุกด้านหลังมีการปิดผนึกและซีลตู้ไว้อย่างแน่นหนา ลักษณะคล้ายการปกปิดสิ่งของภายใน เพื่ออำพรางและตบตาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และมีพฤติการณ์ที่ถือเป็นความผิดสังเกตและผิดวิสัยของรถบรรทุกหรือรถขนส่งสินค้าทั่วไป ซึ่งโดยปกติจะใช้เส้นทางหลักทางหลวงหมายเลข 4-41 ในการเดินทางเป็นหลัก แต่รถตู้ทึบคันดังกล่าวกลับเลือกใช้เส้นทางสายรองภายในพื้นที่ ลักษณะคล้ายพยายามหลบเลี่ยงด่านตรวจหรือการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ จึงมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีการกระทำความผิดกฎหมายแอบแฝงอยู่ภายในรถ” จึงเชื่อได้ว่าอาจมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายในเจ้าหน้าที่จึงขับติดตาม พร้อมเปิดสัญญาณไฟและเสียงเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบภายหลังสามารถให้รถหยุดได้ ตรวจสอบพบผู้ขับขี่ทราบชื่อภายหลังคือ นายวันเฉลิมฯได้เล่าว่าตนได้ดูแผนที่และเห็นว่าถนนสายหลักมีรถติดยาว จึงหลีกเลี่ยง เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นอย่างละเอียด และให้เปิดตู้บรรทุกด้านหลังเมื่อเปิดตู้ตรวจสอบ พบว่าไม่ได้บรรทุกสิ่งของตามที่ปรากฏภายนอก แต่พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาซุกซ่อนอยู่ภายในรถ จำนวน 7 คน แบ่งเป็นชาย 3 คนนั่งภายในตู้ทึบ และหญิง 4 คนนั่งหน้ารถจากการตรวจสอบเอกสาร บุคคลทั้งหมดไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางหรือหลักฐานการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้แยกทำบันทึกจับกุมบุคคลต่างด้าวไว้อีก 1 ฉบับ และควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมรถของกลางมายังสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมจากการสอบถาม นายวันเฉลิม ฯให้การรับสารภาพว่า บุคคลต่างด้าวทั้งหมดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และตนได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าคนไทยชื่อ “นายบัง” เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ชื่อบัญชี “ABC เอาตัวให้รอด” ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวบริเวณอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อนำไปส่งยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้รับค่าจ้างรายหัว คนละ 3,000 บาท ซึ่งจะได้รับเงินภายหลังส่งถึงจุดหมายเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายวันเฉลิม ในความผิดฐานช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือขนย้ายบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย และแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลต่างด้าวทั้ง 7 คน ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
********************************************
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
“มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
1106 ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 @Kla24
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า