ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตามจับกลุ่มบุคคลร่วมกระบวนการทุจริต สวมบัตรเป็นสัญชาติไทย
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.,
พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และ
พ.ต.อ.อภิชาติ โพธิ์จันทร์ รอง ผบก.ปปป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย
พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผกก.4 บก.ปปป.,
พ.ต.ท.ไสว จันทร์มา รอง ผกก.4 บก.ปปป.,
พ.ต.ท.อัครพล ปัทมานุสรณ์ สว.กก.4 บก.ปปป. และ จนท.กก.4 บก.ปปป. รวม 5 นาย
ร่วมกันจับกุม
1. น.ส.บัวคำฯ อายุ 27 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 ที่ 56/68 ลง 11 พ.ย.68 กระทำความผิดฐาน “สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่
เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และ ร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 157, 267, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561
มาตรา 172, พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86
2. น.ส.สุริสาฯ อายุ 26 ปี เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลอาญาทุจริตฯ ภาค 5 ที่ 61/68 ลง 11 พ.ย.68 กระทำความผิดฐาน “สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่
เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชน หรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และ ร่วมกัน ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 157, 267, พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172, พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.2534 มาตรา 50 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86
สถานที่จับกุม
ผู้ต้องหาที่ 1 น.ส.บัวคำฯ จับกุมบริเวณร้านอาหารตามสั่ง ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ผู้ต้องหาที่ 2 น.ส.สุริสาฯ จับกุมบริเวณร้านอาหารตามสั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่
พฤติการณ์ สืบเนื่องจาก บก.ปปป. ได้ร่วมบูรณาการณ์ 5 หน่วยงาน คือ ป.ป.ช., ป.ป.ท., DSI และ กรมการปกครอง ประชุมวางแผน รวบรวมพยานหลักฐานทำการจับกุมกลุ่มบุคคลประกอบด้วย นายอำเภอ,ปลัดอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจน จนท.ตัวแทนนายหน้าต่างๆ ที่ร่วมเป็นขบวนการ ทำการนำบุคคลไม่มีสิทธิ มาสวมบัตรแทนบุคคลที่มีสิทธิ (นำจีนเทามาสวมแทน) กล่าวคือ มติ ครม. ได้มีมติอนุมัติสำรวจสิทธิได้บัตรสัญชาติไทย จำนวนนับแสนรายกระจายในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศไทย แต่กลับปรากฏว่ามีการร้องเรียนเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.เวียงแหง จว.เชียงใหม่ ว่ามีการกระทำทุจริต (นำจีนเทามาสวมแทน) กรมปกครองจึง
ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พบบุคคลดังกล่าวกระทำการทุจริตร่วมกันรวม 28 ราย จึงประสานร่วมบูรณาการ 5 หน่วยงานโดยมอบหมายให้ บก.ปปป. เป็นแม่งานหลักในการรวบรวมพยานหลักฐาน สอบถ้อยคำบุคคลต่างๆ ต่อจากนั้นมอบหมายให้ กก.4 บก.ปปป. เป็นต้นเรื่องรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ทำการออกหมายจับต่อศาลอาญาทุจริตภาค 5 (เชียงใหม่) กับกลุ่มบุคคลดังกล่าวรวบยอด 28 ราย (จับได้แล้ว 15 ราย และรวมครั้งนี้อีก 2 ราย รวมเป็น 17 ราย) นำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ส่งศาลอาญาทุจริต ฯ ภาค 5 ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เป็นประชาชนทั่วไปที่ไปขอบัตรบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น” @Nuupan
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#TNewsman007Online
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม
