กยท. เดินหน้า วางกลยุทธ์ดูแลชาวสวนยางฝ่าอุทกภัย เร่งช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟู
กยท. เดินหน้า วางกลยุทธ์ดูแลชาวสวนยางฝ่าอุทกภัย เร่งช่วยเหลือ–เยียวยา–ฟื้นฟู
การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดโต๊ะหารือผู้บริหารระดับสูง เตรียมมาตรการเยียวยา-ฟื้นฟูสวนยางหลังน้ำลดอย่างเร่งด่วน วางกลยุทธ์ขานรับข้อสั่งการ รมว.เกษตรฯ เร่งช่วยเหลือชาวสวนยางจากเหตุอุทกภัย เผยพื้นที่สวนยางภาคตะวันออกกระทบกว่า 1.41 แสนไร่ จัดถุงยังชีพช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 1,300 ชุด
นายศันสนะ สุริยะโยธิน รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย เผยว่า ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำให้ กยท. เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือดูแลเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย กยท. ได้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนในทันทีครอบคลุมในทุกภาคของประเทศ โดยล่าสุด สถานการณ์อุทกภัยและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 24 – 30 กันยายน 2569 พบว่า มีพื้นที่สวนยางได้รับผลกระทบในพื้นที่ จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.สระแก้ว จำนวน 141,472 ไร่ เป็นเกษตรกรชาวสวนยางรวมจำนวน 7,679 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 69 ) โดยพื้นที่ดังกล่าวมีน้ำท่วมขัง รอการระบาย ในเบื้องต้น กยท. จึงได้จัดสวัสดิการสนับสนุนปัจจัยยังชีพ รวมมูลค่า 347,000 บาท สำหรับจัดถุงยังชีพบรรจุเครื่องอุปโภค-บริโภค อาหาร และเครื่องดื่ม รวม 1,300 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เกษตรกรชาวสวนยางและประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อรับแจ้งการขอรับความช่วยเหลือจากเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ประสบภัย กรณีได้รับแจ้งสวนยางได้รับความเสียหาย หลังน้ำลด กยท. พร้อมเข้าสำรวจสวนยางทันที หากตรงตามเกณฑ์จ่ายเงินช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย ตามมาตรา 49(5) เพื่อเร่งเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยางโดยเร็ว

นายศันสนะ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. นั้น กรณีสวนยางทั่วไป หากสวนยางประสบภัยจนเสียสภาพสวนหรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด กยท. จะจัดสรรเงินจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49(5) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 3,000 บาท กรณีสวนปลูกแทน ได้รับความเสียหายจนเสียสภาพสวน (ต้นยาง/ไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่เป็นพืชหลักเสียหาย คงอยู่น้อยกว่า 70% ของจำนวนต้นที่ปลูก) กยท. ช่วยเหลือเงินในส่วนที่ขาดจากงวดงาน และกรณีได้รับความเสียหายแต่ไม่เสียสภาพสวน (ต้นยาง/ไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่เป็นพืชหลักเสียหาย คงอยู่ไม่น้อยกว่า 70% ของจำนวนต้นที่ปลูก) กยท. ให้ความช่วยเหลือเป็นค่าปลูกซ่อมครั้งเดียว อัตราต้นละ 45 บาท สำหรับพืชหลักอายุน้อยกว่า 2 ปี ยกค้ำยันไม่ได้ หรือ ค้ำยันแล้วตาย ส่วนในกรณีที่พืชหลักสามารถยกค้ำยันให้ตรงได้ กยท. ช่วยเหลือค่าปลูกซ่อม/ค้ำยันครั้งเดียว ในพืชหลักอายุ 2-3 ปี อัตราต้นละ 55 บาท และพืชหลักอายุ 3 ปีขึ้นไป อัตราต้นละ 110 บาท หากเกษตรกรมีข้อสงสัยหรือต้องการขอรับความช่วยเหลือสามารถติดต่อ กยท. ในพื้นที่ที่สวนยางตั้งอยู่ได้ทันที หรือภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ประสบภัยหรือวันที่ภัยพิบัติสิ้นสุด ทั้งนี้ กยท. พร้อมให้คำปรึกษาและขอคำแนะนำการฟื้นฟูสวนยางหลังน้ำลด เพื่อรักษาคุณภาพผลผลิตยางของเกษตรกร

“นอกเหนือจากการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์เมื่อเกิดภัยพิบัติแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการเตรียมพร้อมล่วงหน้า โดยเฉพาะการกำหนดมาตรการรับมือและจัดทำแผนรองรับในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ โดยอาศัยข้อมูลและบทเรียนจากเหตุการณ์ในอดีตที่มักเกิดขึ้นซ้ำในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อให้สามารถวางแผนป้องกันและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายศันสนะ กล่าวย้ำ
นอกเหนือจากสวัสดิการช่วยเหลือดังกล่าว กยท. จัดสรรเงินทุนให้กู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. เพื่อใช้ในการรักษาพยาบาล ปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หรือเป็นทุนในการประกอบอาชีพอีกรายละไม่เกิน 50,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี ระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 3 ปี รวมถึงมาตรการช่วยเหลือทายาทชาวสวนยางกรณีเกษตรกรชาวสวนยางเสียชีวิตจากภัยพิบัติ โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือเป็นค่าปลงศพ รายละ 30,000 บาท
______
ทีมข่าวประชาสัมพันธ์ กยท.
#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม



