“บิ๊กราญ ผบช.น. แถลงข่าวตำรวจ 191 ขยายผล เข้าจับกุมขบวนการค้ากัญชาออนไลน์ ”

“บิ๊กราญ ผบช.น. แถลงข่าวตำรวจ 191 ขยายผล เข้าจับกุมขบวนการค้ากัญชาออนไลน์ ”

วันพฤหัสบดีที่ 25 พ.ย.64 เวลา 11.30 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.

พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น./โฆษก บช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น./รองโฆษก บช.น., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.บก.สปพ. ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายกัญชา(ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชา) ในพื้นที่บางขุนเทียน พร้อมของกลางกัญชา จำนวน 600 กิโลกรัม ณ ลานเอนกประสงค์ บช.น./ทีมประชาสัมพันธ์ บช.น.

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร �วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปัญหาอาชญากรรม มีผลกระทบต่อความสุขของพี่น้องประชาชน เป็นหนึ่งในปัญหาของชาติที่สำคัญต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงมอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ �โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. , พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เร่งรัดขับเคลื่อนการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยบูรณาการกำลังทุกฝ่ายพร้อมกับหน่วยงานในทุกกองบัญชาการ
กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการสืบสวนติดตามจับกุม ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีผลการปฏิบัติดังนี้

วันที่ 23 พ.ย. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ในโครงการบ้านแห่งหนึ่ง แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ต่อเนื่อง ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าดังย่านพระราม 2 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ดังนี้
1. นายธนาคมฯ อายุ 29 ปี
2. นายกริชฯ อายุ 30 ปี
3. นายภาคภูมิฯ อายุ 25 ปี
4. นายชัยวัฒน์ฯ อายุ 30 ปี
5. นายยงยุทธ์ฯ อายุ 33 ปี
พร้อมด้วยของกลาง
1. กัญชาอัดแท่ง จำนวน 600 ก้อน น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม
2. กล่องส่งพัสดุ จำนวน 2 แพ็ค
3. เครื่องปริ้นสลิป จำนวน 5 ม้วน
4. รถยนต์ จำนวน 3 คัน
5. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง
6. อุปกรณ์การแพ็คกัญชาบรรจุกล่องส่งพัสดุไปรษณีย์อีกหลายรายการ
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต”

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.การสายตรวจ บก.สปพ. ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมของกลาง กัญชาอัดแท่ง จำนวน 616 กิโลกรัม ภายในบ้านพักย่าน จ.นนทบุรี จึงได้ทำการสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายของกลุ่มผู้ต้องหา จนทราบถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติดดังกล่าวแล้ว จากนั้นได้เฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของขบวนการนี้มาโดยตลอด ทั้งยังได้สืบทราบว่ากลุ่มขบวนการนี้ ได้ใช้บ้านในโครงการบ้านิแห่งหนึ่ง แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เป็นแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด
ต่อมาวันที่ 23 พ.ย. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ ได้ติดตามสังเกตเห็นว่านายกริชฯ และนายภาคภูมิฯ ซึ่งเป็นบุคคลที่พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าวได้ขับรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีทอง คันทะเบียน
ภธ-17xx กรุงเทพฯ ออกจากบ้านหลังดังกล่าวไป ส่วนนายธนาคมฯ อยู่ภายในบ้านจึงได้เฝ้าติดตามรถคันดังกล่าวไป พบว่านำรถไปจอดไว้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 2 และผู้ขับขี่รถยนต์แคมรี่ได้เปลี่ยนมาขับขี่รถยนต์กระบะนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีเทา คันทะเบียน บษ-8xx สกลนคร ที่จอดอยู่ใกล้บริเวณเดียวกัน ซึ่งรถกระบะคันดังกล่าวมีลักษณะบรรทุกสิ่งของหนัก เป็นสิ่งของห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำทึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าเป็นกัญชาอัดแท่งและรถกระบะคันดังกล่าวได้ขับกลับมาที่บ้านในโครงการฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซุ่มดูอยู่จึงได้สังเกตเห็นว่าบุคคลภายในบ้านได้ช่วยกันยกขนสิ่งของที่บรรทุกมาเข้าไปภายในบ้านจำนวนหลายรอบ ประกอบกับการติดตามพฤติกรรมเครือข่ายกลุ่มคนเหล่านี้มาโดยตลอด จึงเชื่อว่าสิ่งของดังกล่าวเป็นกัญชาอัดแท่ง จึงได้แสดงตัวขอเข้า ทำการตรวจค้นผลการตรวจค้นพบเป็นกัญชาอัดแท่งจำนวน 600 ก้อน น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่ากัญชาทั้งหมดรับมาเพื่อจำหน่ายทางออนไลน์ ไปรับกัญชาโดยขับรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ สีทอง คันทะเบียนภธ-17xx กรุงเทพฯ ไปจอดไว้ที่ลานจอดรถห้าว และจะมีคนนำรถยนต์กระบะนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีเทา คันทะเบียน บษ-8xx สกลนคร ที่บรรทุกกัญชามาจอดทิ้งไว้ให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาอีก 1 ราย คือนายชัยวัฒน์ฯ ซึ่งเป็นผู้ที่ขับรถยนต์กระบะขนกัญชามาส่งให้และนายชัยวัฒนฯ รับว่าเป็นผู้ขับรถกระบะขนกัญชามาจาก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มาจริง ในการขนลำเลียงกัญชามาที่กรุงเทพฯนั้นจะมีนายยงยุทธฯ เป็นคนขับรถนำเพื่อตรวจสอบหลบเลี่ยงด่านตรวจต่างๆระหว่างทาง โดยนายยงยุทธฯ จะใช้รถยนต์นิสสัน มาร์ช สีดำ คันทะเบียน ขว-5xx นครราชสีมา เป็นคันรถนำ ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการจับกุม นายชัยวัฒน์ฯ อยู่นั้น นายยงยุทธฯ ได้ขับรถยนต์นิสสันมาร์ช คันดังกล่าวหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไป จนสามารถจับกุมได้ที่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.หนองน้ำแดงอ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สอบถามนายยงยุทธฯ รับว่าตนไปรับกัญชามาจาก จ.มุกดาหาร มาไว้ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จากนั้นได้ให้นายชัยวัฒน์ฯ มาขับรถยนต์กระบะที่ใช้ขนกัญชาขับต่อมาที่กรุงเทพฯ โดยนายยงยุทธฯขับรถยนต์ นิสสัน มาร์ช เป็นรถนำ เพื่อตรวจสอบหลบเลี่ยงด่านตรวจต่างๆ
โดยในครั้งนี้ นัดส่งรถที่ ห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 2 และจากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมดรับว่าได้กระทำความผิดเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง เป็นเวลาประมาณ 5 เดือน จะได้รับค่าจ้าง 50,000-100,000 บาทต่อครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอื่น และผู้ที่ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดรายอื่นต่อไป
บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191หรือสถานีตำรวจท้องที่

#ทีมโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล @MIWKEY🥀

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.56ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน
#T.Newsman007Online
#ข่าวเป็นข่าวดอทคอม/เอกชัย/รายงาน0894981477

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS UPDATE TODAY