บช.น. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ-ชิงทรัพย์ร้านทอง และแถลงผลการปฏิบัติระดมการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในห้วงวันที่ 11 – 20 พ.ย.64 ณ ลานเอนกประสงค์ บช.น.

บช.น. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ-ชิงทรัพย์ร้านทอง และแถลงผลการปฏิบัติระดมการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในห้วงวันที่ 11 – 20 พ.ย.64 ณ ลานเอนกประสงค์ บช.น.

วันจันทร์ที่ 22 พ.ย.64 เวลา 10.30 น.

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น./โฆษก บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น./รองโฆษก บช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่ สน.แสมดำ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.64 และเหตุชิงทรัพย์ร้านทองย่านบางแค เมื่อวันที่ 19 พ.ย.64 โดยหลังจากนั้น เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ได้แถลงผลการปฏิบัติระดมการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในห้วงวันที่ 11 – 20 พ.ย.64 ณ ลานเอนกประสงค์ บช.น.

*สืบสวนจับกุมคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ โดยกล้องวงจรปิด ผบ.ตร. พื้นที่ สน.แสมดำ บก.น.9

ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนและป้องกันปราบปรามอาชญากรรม โดยใช้ระบบกล้องวงจรปิด(CCTV) ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบชน. �พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 สั่งการให้ได้ พ.ต.อ.อชิรวิทย์ ทองจันดี ผกก.สน.แสมดำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการสืบสวนติดตามจับกุมคดีอาญาที่เกิดขึ้น สนองนโยบายโดยปรับใช้กล้องวงจรปิดที่ได้รับมอบมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บรรลุผล โดยสามารถสืบสวนจับกุมคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หรือคดีเป็นที่สนใจของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ทันทีซึ่งมีผลการปฏิบัติดังนี้
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 07.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายภูหลวงฯ อายุ 26 ปี ภายในอาคารพาณิชย์ หมู่ที่ 5 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
พร้อมด้วยของกลาง

1. เงินสด จำนวน 140 บาท (เงินเหลือจากทรัพย์สินที่ได้ไป 5,800 บาท)
2. มีดทำครัว ปลายแหลม ยาวประมาณ 11 นิ้ว (อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ)
3. รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโนวาโซนิค สีน้ำเงินขาว จำนวน 1 คัน
4. เครื่องแต่งกายที่ใส่ไปก่อเหตุได้แก่ หมวกนิรภัยแบบเต็มสีขาว, เสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำมีลายขาว, ปลอกแขนสีดำ, กางเกงสแล็คขายาวสีดำ, รองเท้าผ้าใบสีขาว
โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้อาวุธมีด โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2564 เวลาประมาณ 21.46 น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับแจ้งจากผู้จัดการร้านสะดวกซื้อที่เกิดเหตุ ว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุใช้มีดจี้ชิงทรัพย์พนักงานในร้านและหลบหนีขับขี่รถจักรยานยนต์ไป สอบถามทราบว่าคนร้ายเป็นชายไทย อายุประมาณ 20-30 ปี รูปร่างผอมสูง สวมใส่หมวกกันน๊อคเต็มใบสีขาว เสื้อยืดสีดำมีลายสีขาวหน้าหลัง กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีขาว ได้เข้ามาในร้านเดินมาบริเวณหลังเคาท์เตอร์คิดเงิน และก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำครัวปลายแหลม มาข่มขู่ล็อกคอจี้พนักงานร้านให้มอบเงินให้ โดยหยิบเอาเงินสดไป 5,800 บาท และวิ่งออกจากร้านหลบหนีไปยังรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ขณะนั้นพนักงานร้านได้วิ่งออกไปดูจดจำทะเบียนรถคนร้ายได้ เห็นเป็นรถฮอนด้าโซนิค สภาพเก่า และบริเวณท้ายรถมีตะกร้าผลไม้วางยึดอยู่ โดยขับขี่มุ่งหน้าไปทางแยกบางกระดี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.แสมดำ จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ ได้ตำหนิรูปพรรณคนร้ายชัดเจน จากนั้นจึงตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามโครงการของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งติดตามได้แบบออนไลน์ทันที พบรถจักรยานยนต์ของคนร้าย ขับขี่มาจากที่เกิดเหตุมาตามถนนพระราม 2 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบางกระดี่และเลี้ยวขวาเข้าซอยบางกระดี่ 32 ทะลุออกซอยแสมดำ 17 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนแสมดำมุ่งหน้าไปทาง ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ทำให้เห็นเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พร้อมกันนั้น ได้ตรวจสอบทะเบียนรถคนร้ายตามแจ้ง พบผู้ถือกรรมสิทธิ์มีตำหนิรูปพรรณไม่ตรงคนร้าย จึงทำการสืบสวนทางเทคนิคจนทราบว่าบุตรชายเจ้าของรถชื่อนายภูหลวงฯ อายุ 26 ปี มีส่วนสูงและตำหนิรูปพรรณใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุมาก และทราบว่าบิดานายภูหลวงฯ เปิดร้านซ่อมรถและพักอาศัยอยู่อาคารพาณิชย์ใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายขับขี่รถจักรยนต์หลบหนีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงออกไปซุ่มสังเกตดูบริเวณอาคารพาณิชย์ดังกล่าว เห็นชาย-หญิงสูงอายุออกมาเปิดประตู มองเห็นมีรถจักรยานยนต์ตำหนิรูปพรรณเดียวกับรถคนร้ายจอดอยู่ภายใน จึงเข้าไปแสดงตัวและขอทำการตรวจค้น พบตัวนายภูหลวงฯ ให้การยอมรับกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้ไปก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์เอาเงินสดจากร้าน สะดวกซื้อ สาขาอมรชัย 4 ตามวันเวลาที่เกิดเหตุจริง โดยเงินสดที่ได้นำไปใช้หนี้เกือบทั้งหมด เหลืออยู่ 140 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการตรวจยึดอาวุธมีด ยานพาหนะ เครื่องแต่งกายทั้งหมดไว้เป็นของกลาง แจ้งข้อกล่าวหา และจับกุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

*“จับกุมผู้ต้องหาชิงทองย่านตลาดบางแค หลังก่อเหตุเพียง 10 นาที”

ตามนโยบายของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร
วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในปัจจุบันปัญหาอาชญากรรมซึ่งเกิดชิงทรัพย์ มีผลกระทบต่อความสุขของพี่น้องประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของชาติที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง จึงมอบนโยบายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจับกุม
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.
พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น.
พล.ต.ต.พงศ์อนันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์ ผกก.สน.เพชนเกษม พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมกันจับกุม นายสหวัสส์ฯ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทอง ร้านทองย่านตลาดบางแค กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุกรุงธน ว่ามีเหตุชิงทรัพย์โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ170 ซม. ใช้อาวุธปืนที่ร้านทองย่านตลาดบางแค แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ได้สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น โดยเมื่อก่อเหตุแล้วได้เดินเท้าหลบหนีไปทางถนนเพชรเกษมฝั่งขาเข้า จึงได้ร่วมกันเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่ร้านทองดังกล่าว จากนั้นได้มีพลเมืองดีแจ้งว่า พบชายมีลักษณะดังกล่าววิ่งเข้าไปในชุมชนหลังตลาดบ่อหลา จึงใช้การเข้าจุดก้าวสกัดจับ และพบตัวนายสหวัสส์ฯ จึงขอเข้าตรวจค้นพบของกลาง
1. สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท
2. ปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
3. เครื่องกระสุนปืนขนาด.38 จำนวน 38 นัด
4. มีดปลอกผลไม้ จำนวน 2 เล่ม
5. รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน
6. ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 (กัญชา) น้ำหนัก 14.42 กรัม
โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนโดยใช้ยานพาหนะ, มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 กัญชา ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย”
ทั้งนี้ นายสหวัสส์ ได้รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าได้ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวมาชิงทรัพย์ และได้ถูกจับกุมดังกล่าว จากนั้นนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยหลังจากนั้น เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. ได้แถลงผลการปฏิบัติระดมการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ในห้วงวันที่ 11 – 20 พ.ย.64 ณ ลานเอนกประสงค์ บช.น.

*นครบาล แถลงผลการปฏิบัติระดมการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ
วันที่ 22 พ.ย.64 เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบชน. ได้ร่วมแถลงผลการปฏิบัติระดมการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ห้วงวันที่ 11 – 20 พ.ย.64 รายละเอียดดังนี้
1. ผลการดำเนินคดีกับผู้ขับขี่และผู้สนับสนุน
1.1 ผู้ขับขี่
– แข่งรถในทาง – ราย
– ขับโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย – ราย
1.2 ผู้สนับสนุน
– สนับสนุนให้มีการแข่งรถในทาง – ราย
– สนับสนุนให้ขับรถโดยไม่คำนึงฯ – ราย
1.3 ดำเนินคดีกับบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง
– ดำเนินคดีตาม พรบ.คุ้มครองเด็กฯ – ราย
– ดำเนินคดีตามคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 22/2558 และ 46/2558 รวม 39 ราย
(ว่ากล่าวตักเตือน ทพทัณฑ์บน)
1.4 ร้านขาย/ดัดแปลงรถ หรืออุปกรณ์
– ตรวจค้น/ประชาสัมพันธ์ 1,031 ราย
– ดำเนินคดี 62 ราย
1.5 ตรวจพบท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 12 ราย
1.6 ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ – ราย
1.7 ตรวจยึดรถ
– รถยนต์ 27 คัน
– รถจักรยานยนต์ 2,464 คัน
2. จัดทำประวัติผู้กระทำความผิดและผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะแข่งรถในทาง 1,383 ราย
3. กรณีจับกุมผู้ต้องหาส่งฟ้องศาลและศาลมีคำสั่งให้ริบรถของกลาง – ราย

บช.น. ขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า ถึงแม้ว่าช่วงนี้จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19
แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างเคร่งครัด พบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด โปรดแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่

#ทีมประชาสัมพันธ์ บช.น.
@MIWKEY🥀 @#First#

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.56ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน
#T.Newsman007Online
#ข่าวเป็นข่าวดอทคอม/เอกชัย/รายงาน0894981477

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

NEWS UPDATE TODAY