ส่องผลงาน “ดร.เพิก เลิศวังพง” อดีตประธานบอร์ด กยท. จากเป้าหมายเลข 3 หลัก สู่วันที่ราคาประมูลยางแตะ 100.30 บาท ชูเกมตลาด–EUDR ยกระดับยางไทย
ส่องผลงาน “ดร.เพิก เลิศวังพง” อดีตประธานบอร์ด กยท. จากเป้าหมายเลข 3 หลัก สู่วันที่ราคาประมูลยางแตะ 100.30 บาท ชูเกมตลาด–EUDR ยกระดับยางไทย
ย้อนบทบาทผู้ขับเคลื่อนนโยบายยางพาราไทย มุ่งสกัดยางเถื่อน พัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของเกษตรกรไทย
กรุงเทพฯ – “ยางไทยต้องไปได้ไกลกว่าเดิม” คือแนวคิดที่สะท้อนความท้าทายของอุตสาหกรรมยางพาราไทย ซึ่งต้องเผชิญทั้งความผันผวนของราคา ต้นทุนการผลิต การแข่งขันในตลาดโลก และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
ในช่วงที่ ดร.เพิก เลิศวังพง ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เขาได้ประกาศเป้าหมายผลักดันราคายางพาราไทยให้ทะลุ 100 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมเสนอแนวทางบริหารจัดการตลาดและยกระดับมาตรฐานยางไทย โดยเฉพาะการตรวจสอบย้อนกลับตามข้อกำหนด EUDR และการจัดการปัญหายางเถื่อน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันของยางไทยโดยตรง
เป้าหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขที่ใช้สร้างความคาดหวังให้กับเกษตรกร แต่ยังสะท้อนความพยายามผลักดันให้ยางพาราไทยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและมีระบบตลาดที่เข้มแข็งกว่าเดิม
จากเป้าหมาย 100 บาท สู่ราคาประมูลที่เกิดขึ้นจริง
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ตลาดกลางยางพาราจังหวัดระยองมีการประมูลยางแผ่นรมควันชั้น 1 ได้ราคา 100.30 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งประชาชาติธุรกิจรายงานว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีนับจากปี 2555 โดยเป็นการประมูลยางปริมาณ 282 กิโลกรัม
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ราคาประมูลยางบางรายการสามารถแตะระดับ 100 บาทต่อกิโลกรัมได้จริง หลังจากก่อนหน้านั้นมีการประกาศเป้าหมายผลักดันราคาให้ถึงเลขสามหลัก
อย่างไรก็ตาม ราคาประมูลของยางแต่ละชนิดและแต่ละตลาดอาจแตกต่างกัน จึงไม่ควรตีความว่าราคายางทุกชนิดหรือราคาที่เกษตรกรทุกพื้นที่ได้รับอยู่ที่ 100 บาทต่อกิโลกรัมในเวลาเดียวกัน
ขณะเดียวกัน การปรับตัวขึ้นของราคายางยังมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งอุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก สภาพอากาศ ผลผลิตจากประเทศผู้ผลิต ต้นทุนการผลิต และความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ดังนั้น สิ่งที่น่าจับตาในช่วงเวลานั้นจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขราคาที่ทำได้ แต่รวมถึงความพยายามสร้างเงื่อนไขให้ยางไทยแข่งขันได้ดีขึ้น และช่วยให้เกษตรกรมีโอกาสได้รับประโยชน์จากภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย
อ้างอิง: ประชาชาติธุรกิจ รายงานวันที่ 31 พฤษภาคม 2567
EUDR จากข้อกำหนดการค้า สู่โจทย์ยกระดับมาตรฐานยางไทย
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญในช่วงที่ ดร.เพิก ดำรงตำแหน่ง คือการเตรียมระบบตรวจสอบย้อนกลับยางพาราให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ EU Deforestation Regulation (EUDR)
กฎระเบียบดังกล่าวทำให้การแสดงข้อมูลแหล่งที่มาของสินค้าและการตรวจสอบย้อนกลับมีความสำคัญมากขึ้น โดยผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลและหลักฐานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ดร.เพิกได้กล่าวถึงแนวทางใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับตลาดยางไทย พร้อมผลักดันให้การยางแห่งประเทศไทยเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลแหล่งผลิต เพื่อช่วยรักษาโอกาสทางการค้ากับตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อเกษตรกรไทย เพราะหากระบบข้อมูลแหล่งผลิตมีความน่าเชื่อถือ ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงด้านเอกสารและการส่งออกได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่กำหนดเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกล็อตจะผ่านข้อกำหนดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องพิจารณาความครบถ้วนของข้อมูล หลักฐานแหล่งที่มา และเงื่อนไขอื่นตามกฎระเบียบด้วย
แนวทางดังกล่าวจึงสะท้อนการปรับมุมมองจากการมุ่งขายผลผลิตเพียงอย่างเดียว ไปสู่การพัฒนาระบบข้อมูลและมาตรฐานที่มีความสำคัญต่อการแข่งขันในตลาดโลก
จัดการยางเถื่อน เสริมความเป็นธรรมให้ตลาด
ปัญหายางเถื่อนเป็นอีกเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นโจทย์สำคัญของอุตสาหกรรม เนื่องจากการนำเข้าหรือจำหน่ายสินค้าที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายอาจสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกติกา และกระทบต่อความเป็นธรรมของระบบตลาด
ในช่วงปี 2567 มีการรายงานถึงแนวทางติดตามเส้นทางการค้า ตรวจสอบข้อมูลทางการเงินและภาษี รวมถึงการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย
แนวทางนี้สะท้อนความพยายามสร้างระบบตลาดที่โปร่งใสขึ้น เพราะการบริหารจัดการยางพาราไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะปริมาณผลผลิตหรือราคาซื้อขายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกำกับดูแลให้การค้าดำเนินไปตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ดี การประเมินผลสำเร็จของการปราบปรามยางเถื่อนจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เช่น จำนวนคดี ปริมาณของกลาง และผลการดำเนินคดี เพื่อให้สามารถสะท้อนผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
นโยบาย 7 ด้าน วางโจทย์พัฒนายางไทยให้ครบวงจร
ในช่วงต้นปี 2567 ดร.เพิกได้ประกาศกรอบนโยบายภายใต้แนวคิด “อยู่ได้ พอใจ ยั่งยืน” โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบยางพาราหลายด้าน ได้แก่
* พัฒนาตลาดยางมาตรฐานทั่วประเทศ
* บริหารจัดการโรคใบร่วงในสวนยาง
* ผลักดันแนวคิดโฉนดไม้ยาง
* พัฒนาปัจจัยการผลิตภายใต้แบรนด์การยาง เพื่อลดต้นทุน
* ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยางล้อแบรนด์ Thai Tyre
* สนับสนุนผลิตภัณฑ์ปลายน้ำของสถาบันเกษตรกร
* เพิ่มความรู้และเครื่องมือให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาด
กรอบนโยบายดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการพัฒนายางพาราที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่การดูแลสวนยางและลดต้นทุน ไปจนถึงการจัดระบบตลาดและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์
สิ่งที่ต้องติดตามในแต่ละด้าน คือความคืบหน้าและผลลัพธ์ที่ตรวจสอบได้ เช่น ต้นทุนที่ลดลงจริง จำนวนเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ ความก้าวหน้าของระบบตลาด และความสามารถในการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ
มรดกทางนโยบายที่ต้องต่อยอดด้วยผลลัพธ์
บทบาทของ ดร.เพิก เลิศวังพง ในช่วงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เป็นอีกช่วงหนึ่งของความพยายามยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทย ผ่านเป้าหมายด้านราคา การพัฒนามาตรฐาน EUDR การจัดการปัญหายางเถื่อน และการวางแนวทางพัฒนาตลาดให้ครอบคลุมมากขึ้น
การที่ราคาประมูลยางแผ่นรมควันชั้น 1 แตะ 100.30 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนพฤษภาคม 2567 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นจริง ส่วนการอธิบายว่าปัจจัยใดส่งผลต่อราคามากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องพิจารณาทั้งนโยบายภายในประเทศและสถานการณ์ตลาดโลกประกอบกัน
สำหรับอนาคตของอุตสาหกรรม ความท้าทายยังอยู่ที่การทำให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลตลาด มีต้นทุนการผลิตที่เหมาะสม มีระบบตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ และมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตของตนเอง
จากเป้าหมายราคายางเลขสามหลัก สู่การพัฒนามาตรฐานและระบบตลาด บทเรียนสำคัญของยางพาราไทยคือ การสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ การดำเนินงานที่ต่อเนื่อง และผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริงกับเกษตรกร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
* ประชาชาติธุรกิจ: ราคายางทะลุโลละ 100 บาท ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 12 ปี
* ประชาชาติธุรกิจ: กยท. มั่นใจยางทะลุ 100 บาท/กก. ชูระบบ EUDR
* ข่าวสด: เพิก เลิศวังพง ประกาศแนวทางและเป้าหมายราคายาง
* การยางแห่งประเทศไทย: การหารือด้านตลาดยางและความพร้อม EUDR
#ดรเพิกเลิศวังพง #อดีตประธานบอร์ดกยท #การยางแห่งประเทศไทย #ยางพาราไทย #EUDR #เกษตรกรชาวสวนยาง #ราคายางพารา #ยกระดับยางไทย
#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.๘๕ ปี)
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.๖๑ ปี)
#นสพ.ข่าวเป็นข่าวดอทคอมเอกชัยรายงาน
#ติดต่อโฆษณากดแชร์กดติดตามไอดีLINEeakkachai001
#๐๘๙-๔๙๘-๑๔๗๗

สำนักพิมพ์ข่าวเป็นข่าวดอทคอม
เอกชัย รัตนโยธิน
รับรู้เรื่องราวข่าวสารเพื่อสังคม



