นายกฯ ”อนุทิน” กำชับทุกจังหวัดรับมือฝนระลอกใหม่ เร่งพร่องน้ำ ระดมเครื่องจักร – เตรียมภาคใต้รับสถานการณ์ ทำความเข้าใจประกันภัยพิบัติกับประชาชน

0
IMG_7529

📌นายกฯ ”อนุทิน” กำชับทุกจังหวัดรับมือฝนระลอกใหม่ เร่งพร่องน้ำ ระดมเครื่องจักร – เตรียมภาคใต้รับสถานการณ์ ทำความเข้าใจประกันภัยพิบัติกับประชาชน

วันนี้ 3 ต.ค.69 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้นำเหล่าทัพ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เข้าร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศ ในช่วงวันที่ 4 – 7 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ รวมถึงกรุงเทพมหานคร อาจส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อุทกภัยที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์อุทกภัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปัจจุบันมีการระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีกทั้งยังคาดว่าจะมีสถานการณ์น้ำทะเลหนุน ในช่วงวันที่ 5 – 10 ตุลาคม 2569 อาจทำให้การระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยมีความล่าช้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งพร่องน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ในห้วงต่อไป โดยเร่งระดมเครื่องจักรกลฯ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีสถานการณ์อย่างเต็มรูปแบบ

“หลังจากนี้ ฝนจะเริ่มไล่ลงสู่ภาคใต้ตอนบน ผมได้ประสานกับแม่ทัพภาค 4 ให้เตรียมพร้อมและประสานงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ รวมถึงวางแผนการป้องกัน การดูแลผู้ประสบภัย การอพยพ และการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่ ตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด และมอบหมายผู้รับผิดชอบแต่ละภารกิจอย่างชัดเจน เพื่อให้การประสานและติดตามงานเป็นไปอย่างมีระบบนอกจากนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดศึกษาและทำความเข้าใจโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ประสบภัยจากภัยพิบัติสำคัญ ได้แก่ น้ำท่วม วาตภัย และแผ่นดินไหว รวมถึงชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน และสิทธิที่ประชาชนจะได้รับให้เข้าใจตรงกัน ประชาชนเข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อลดความสับสนและให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

นายอนุทิน นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการสำหรับจังหวัดที่กำลังเกิดสถานการณ์อุทกภัยอยู่หรือคาดว่าจะเกิดสถานการณ์อุทกภัยให้เตรียมจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจให้ชัดเจน บูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพ และจัดให้มีจุดประสานงานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ รวมถึงประกอบกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศลให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ จัดระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤตอย่างเหมาะสม พร้อมจัดทำสรุปจำนวนเจ้าหน้าที่และภารกิจให้เป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าสะสมจากการปฏิบัติงาน

 

นอกจากนี้ หากมีปัจจัยบ่งชี้ว่าจะเกิดสถานการณ์ภัย ให้ ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนเตรียมพร้อมและรับมือได้ทันเวลา อีกทั้งมอบหมายให้ ปภ. เป็นหน่วยกำกับ ติดตาม และประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างใกล้ชิด เร่งประสานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรี และคณะ จะเดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย การบริหารจัดการน้ำตั้งแต่จังหวัดนครสวรค์ และชัยนาท ลงมา เพื่อดูปริมาณน้ำและการบริหารจัดการน้ำไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนริมแม่น้ำทั้ง 2 ฝั่ง

 

ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัด ศูนย์ ปภ. เขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล เครื่องจักรกลฯ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เรือ รถผลิตน้ำดื่ม รถประกอบอาหาร รวมถึงสับเปลี่ยนกำลังพลและเครื่องจักรกลฯ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายให้เปลี่ยนภารกิจเข้าสู่ช่วงระยะการฟื้นฟู โดยระดมนำเครื่องจักรกลฯ สำหรับใช้ในการฟื้นฟูเข้าพื้นที่ตามแผนการฟื้นฟู เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับสู่บ้านเรือนและดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด/////////

#นายก #มท #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #น้ำท่วม #สาธารณภัย #อุทกภัย @Chüdá
#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า