ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครบรอบ 20 ปี เดินหน้ายกระดับ Global Aviation Hub เชื่อมไทยสู่โลก ก้าวไกล สู่อนาคต มุ่งสร้างสมดุลการเติบโตอย่างยั่งยืน (ครั้งที่ 49/2569 วันที่ 28 กันยายน 2569)

0
IMG_6212

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครบรอบ 20 ปี เดินหน้ายกระดับ Global Aviation Hub เชื่อมไทยสู่โลก ก้าวไกล
สู่อนาคต มุ่งสร้างสมดุลการเติบโตอย่างยั่งยืน (ครั้งที่ 49/2569 วันที่ 28 กันยายน 2569)

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวในโอกาสครบรอบการดำเนินงาน 20 ปี ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ว่า ทสภ.พร้อมเดินหน้า ยกระดับคุณภาพการให้บริการ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก (Global Aviation Hub) ภายใต้แนวคิด “20 ปี ทสภ. เชื่อมไทยสู่โลก ก้าวไกล
สู่อนาคต” นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 จนถึงปัจจุบัน ทสภ. รองรับผู้โดยสารแล้วกว่า 899.9 ล้านคน มีเที่ยวบินกว่า 5.57 ล้านเที่ยวบิน และรองรับ การขนส่งสินค้าทางอากาศกว่า 24.9 ล้านตัน สะท้อนบทบาทของ ทสภ. ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศที่เชื่อมโยงการเดินทาง การท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และระบบโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับนานาประเทศ
สำหรับผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 – สิงหาคม 2569 รวม 11 เดือน ทสภ. มีสายการบินประจำให้บริการจำนวน 118 สายการบิน มีเที่ยวบินขึ้น – ลง รวม 346,905 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.83 มีผู้โดยสารใช้บริการรวม 59,626,075 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.43 ปริมาณเที่ยวบินขนส่งสินค้าทางอากาศรวม 15,855 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.34 รองรับการขนส่งสินค้ากว่า 1.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2568

นายกิตติพงศ์ เปิดเผยว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการท่าอากาศยาน และรองรับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ทสภ. ได้เดินหน้ายกระดับกระบวนการตรวจหนังสือเดินทางให้มีความสะดวก
และรวดเร็วยิ่งขึ้น สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง โดยมีแผนติดตั้งเครื่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automated Border Control: ABC) สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศทั้งขาเข้าและขาออก รวม 122 ชุด ซึ่งปัจจุบันติดตั้งแล้ว 106 ชุด ทั้งนี้ ระบบ ABC สำหรับผู้โดยสารขาออกสามารถรองรับหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Passport) ได้มากกว่า 90 ประเทศ ขณะที่ผู้โดยสารขาเข้าสามารถรองรับหนังสือเดินทางได้ 34 ประเทศ พร้อมจัดช่องทางพิเศษสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ABC Special Assistant Lane) เพื่ออำนวยความสะดวก ลดระยะเวลารอคอย และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง

นอกจากนี้ ทสภ. ยังเดินหน้าปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคารผู้โดยสาร เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ รองรับผู้โดยสารทุกเพศทุกวัย โดยมีแผนปรับปรุงและตกแต่งเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ จำนวน 7 จุด ให้มีความทันสมัย พร้อมออกแบบให้ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และเด็ก ให้สามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเท่าเทียม ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว จำนวน 5 เคาน์เตอร์
ด้านการบริหารจัดการพื้นที่ ทสภ. ได้จัดสรรพื้นที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก อาคารเทียบเครื่องบิน และอาคาร SAT-1 ให้มีพื้นที่ Kids Zone, Relaxing Zone, Co-Working Space Zone และ Digital Park Seats พร้อมเพิ่มจุดให้บริการชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กว่า 200 จุด นอกจากนี้ ทสภ. ยังเร่งปรับปรุงห้องน้ำภายในอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินรวม 124 จุด โดยปัจจุบันดำเนินแล้วเสร็จจำนวน 69 จุด และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2571
สำหรับพื้นที่บริเวณภายนอกอาคารผู้โดยสาร ทสภ. อยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารที่เดินทางเป็นหมู่คณะ (Group Tour) บริเวณอาคารจอดรถยนต์โซน 3 ชั้น 6 เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารกลุ่มทัวร์ที่เพิ่มขึ้น และจัดระเบียบพื้นที่จุดนัดพบของบริษัทท่องเที่ยวให้มีความเหมาะสม ช่วยลดความแออัดบริเวณหน้าเคาน์เตอร์เช็กอิน และไม่กีดขวางเส้นทางสัญจรของผู้โดยสารทั่วไป
ทสภ. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “สนามบินที่เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของชุมชน” (Corporate Citizenship Airport) สอดคล้อง
กับแนวทาง ESG (Environmental Social Governance) ผ่านโครงการต่างๆ อาทิ AOT Ready for Take Off ที่ส่งเสริมทักษะภาษาอังกฤษแก่เยาวชนโดยรอบ ทสภ. โครงการตลาดนัดแรงงานซึ่งสร้างโอกาสด้านอาชีพ
และโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ทสภ. เดินหน้าสู่การเป็น Green Airport ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในสนามบิน เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
จากการดำเนินงานในทุกมิติ ส่งผลให้ ทสภ. ติดอันดับ 8 ใน 10 ท่าอากาศยานที่มีการเชื่อมต่อทางอากาศสูงสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลาง (Top 10 Most Connected Airports across Asia-Pacificand the Middle East) ประจำปี 2568 จาก ACI Asia-Pacific & Middle East Air Connectivity Index ซึ่งพิจารณาจากความครอบคลุมและความถี่ของเส้นทางบิน รวมถึงประสิทธิภาพการเชื่อมต่อเที่ยวบิน สะท้อนศักยภาพของ ทสภ. ในการเป็นจุดเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
นายกิตติพงศ์ กล่าวในตอนท้ายว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทสภ. ได้ทำหน้าที่ประตูสู่ประเทศไทยที่เชื่อมโยงผู้คนและโอกาสจากทั่วโลก ยกระดับการบริการและมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้โดยสาร ในโอกาสก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ทสภ. พร้อมเดินหน้าต่อยอดศักยภาพในทุกด้าน
ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี การบริการ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่การเป็น Global Aviation Hub ที่เชื่อมไทยสู่โลก และเติบโตอย่างยั่งยืน
***************************************
ฝ่ายกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โทรศัพท์ 0 2132 9021
@PR Suvarnabhumi

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท61ปี)
#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์
#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน0846742423
#TNewsman007Online

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวเก่า